ReadyPlanet.com
dot dot
bullet33คำถามคำตอบเกี่ยวกับก.พ.ค.
bulletผังขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อกพค ขั้นที่1ถึง3
bulletผังขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อกพคขั้นตอนที่ 4 การทำคำวินิจฉัย
bulletแบบยื่นอุทธรณ์ ต่อกพค
bulletผังแสดงขั้นตอนการร้องทุกข์ต่อกพค
bulletแบบฟอร์มที่ใช้ร้องทุกข์ต่อกพค
bulletเว็บกฏหมายและพิทักษ์ระบบคุณธรรม
bulletเว็บดี300 เว็บทั้งไทยและต่างประเทศ
bulletเว็บส่วนราชการ
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.)
bulletรวมเว็บลิงค์หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ
bulletสำนักงาน ก.พ.
bulletศาลปกครอง
bulletสำนักงานศาลยุติธรรม
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletปปช
bulletปปท
bulletคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletราชกิจจานุเบกษา
bulletศาลฏีกา
bulletผู้ตรวจการแผ่นดิน
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletwww.moe.go.thกระทรวงศึกษาธิการ
bulletคณะกรรมการข้าราชการข้าราชการตำรวจ (กตร.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม(ก.ศ.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการอัยการ(ก.อ.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(กพอ.)
bulletคณะกรรมการส่วนท้องถิ่น ( ก.ถ.) ก.อบจ.ก.อบต. ก.เทศบาล
bulletคณะกรรมการข้าราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ).
bulletกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สธ
bulletกพของเสหราชอาณาจักร
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมสหรัฐ
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของรัฐโอกลาโฮมา
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของออสเตรเลีย
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของครูรัฐวิคทอเรีย ออสเตรเลีย




4นักการเมือง-8ข้าราชการติดร่างแห เปิดผลสอบชุดหมอบรรลุ น้ำขึ้นให้รีบตัก article


เปิดผลสอบชุดหมอบรรลุ น้ำขึ้นให้รีบตัก (ตอน 1)

วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 09:08:41 น.  มติชนออนไลน์

 

หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็ง ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี นำเอกสารรายงานผลการสอบสวนเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล "มติชน" จึงได้คัดย่อสาระสำคัญในรายงานมานำเสนอเป็นตอนต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบสำหรับผู้อ่านที่สนใจและติดตามในประเด็นดังกล่าว ดังนี้

 

ผลการพิจารณา แยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.สำนักงานปลัด สธ. 2.กรมการแพทย์

สำนักงานปลัด สธ. พบความผิดปกติ ประกอบด้วย 4 ประเด็น คือ

 

1.สิ่งก่อสร้าง

 

-การบริหารจัดการ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ไม่มีกระบวนการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่มีการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และหลักเกณฑ์ตามที่ควร และไม่มีคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ ที่จำเป็นเพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการให้เป็นไปตามนโยบาย

 

ยุทธศาสตร์และหลักเกณฑ์ ปล่อยให้มีการดำเนินการตามอำเภอใจ ในลักษณะ "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" หรือในลักษณะ "น้ำขึ้นให้รีบตัก" และมีการแทรกแซงจากทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำระดับสูงโดยมิชอบ

 

-ผลการจัดสรรเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม ไม่ส่งเสริมให้เกิดการกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ไม่สามารถแก้ปัญหาของระบบบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต หลายแห่งได้รับงบประมาณเกินความจำเป็นในขณะที่หน่วยงานที่ขาดแคลนไม่ได้รับงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลทำให้เพิ่มปัญหาแทนที่จะแก้ปัญหา หลายแห่งจะได้อาคารที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และเป็นภาระแก่การบำรุงรักษา ขณะที่หลายแห่งไม่ได้รับอาคารที่จำเป็น

 

-ราคาสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ มีจำนวนมากที่สูงเกินความเป็นจริงไปมาก โดยน่าสงสัยว่าหน่วยงานและบุคคลที่มีหน้าที่ในการกำหนดราคา จะดำเนินการโดยไม่ถูกต้องและไม่สุจริต เพื่อเปิดทางให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

 

-มีการแทรกแซงการดำเนินการโดยผู้มีอำนาจ ดังกรณีตัวอย่างใน จ.ราชบุรี

 

-ความบกพร่อง ผิดพลาดที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดจากการขาดความรู้ความสามารถ การขาดความเอาใจใส่ เจตนาปล่อยปละละเลย เพื่อเปิดทางให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทั้งในการดึงงบประมาณลงพื้นที่ และการตั้งราคาไว้สูงเกินสมควร

 

-มีผู้สมควรต้องรับผิดชอบกับความบกพร่อง ผิดพลาดและการดำเนินการที่ไม่สุจริต เปิดทางให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ ดังนี้ อดีตปลัด สธ. (นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์) อดีตรองปลัด สธ. (พญ.ศิริพร กัญชนะ) ได้รับมอบหมายโดยตรงให้รับผิดชอบโครงการ ปลัด สธ. (นพ.ไพจิตร์ วราชิต) รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค (สบภ.) สมัยเป็นรองปลัด สธ. นพ.สุชาติ เลาบริพัตร ผอ.สบภ. ผอ.กองแบบแผน สำนักงานปลัด สธ.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ซึ่งมีหน้าที่กำหนดราคากลาง และกำหนดราคากลางที่สูงเกินสมควรมาก ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบโครงการก่อนเสนอผู้มีอำนาจลงนามถึงสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายมานิต นพอมรบดี) ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงการดำเนินงานและโยกย้ายข้าราชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา แก้วภราดัย) ไม่อาจปัดความรับผิดชอบในความผิดพลาด

 

2.ครุภัณฑ์การแพทย์ มี 12 รายการ ได้แก่

 

-เครื่องตรวจสารชีวเคมีในเลือด (Automate Blood Chemistry) และเครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอัตโนมัติ เป็นครุภัณฑ์การแพทย์ที่ไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือนี้ จะนำเครื่องมือไปติดตั้งไว้ในโรงพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า แต่มีบริษัทไปติดต่อโรงพยาบาลต่างๆ ให้ทำคำของบประมาณโดยส่งสเปคให้ และบางโรงพยาบาลถูกเร่งรัดข่มขู่ให้จัดทำคำขอ บริษัทดังกล่าวคือบริษัท Imed มีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งคือ นพ.เศรษฐพันธ์ อัตถากรวัฒน์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ นพ.สุชาติ เลาบริพัตร ผอ.สบภ.ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบจัดทำคำของบประมาณครุภัณฑ์การแพทย์ทั้งหมดกว่า 7,000 รายการ

 

-เครื่องช่วยหายใจ มีการจัดสรรเกินความจำเป็น ทำให้ราคาแพงโดยใช่เหตุ และไม่ตรงกับความต้องการ เช่น รพ.ป่าโมก รพ.โพธิ์ทอง รพ.ไชโย และ รพ.แสวงหา จ.อ่างทอง ไม่มีอายุรแพทย์ แต่ได้รับจัดสรรเครื่องช่วยหายใจชนิดวัดความจุปอดได้ ส่วน รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ ต้องการเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพราะไฟฟ้าดับบ่อย แต่ไม่ได้ กลับได้เครื่องช่วยหายใจแบบหย่าเครื่องอัตโนมัติแทน รพ.สกลนคร ต้องการเครื่องช่วยหายใจชนิดธรรมดา 6 เครื่อง แต่กลับได้ชนิดวัดความจุปอด 3 เครื่อง ทำให้เปิดไอซียูเพิ่มอีก 6 เตียงไม่ได้

 

-เครื่องดมยาสลบ มีการจัดสรรเครื่องที่มีระบบการทำงานสูงเกินความจำเป็น ทำให้ราคาแพงโดยใช่เหตุ เช่น รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จ.เลย รพ.สมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย จ.พิษณุโลก รพ.หลังสวน จ.ชุมพร, รพ.พาน จ.เชียงราย ได้รับจัดสรรเครื่องแบบมีระบบวัดความลึกของการสลบ (BIS Monitor) ซึ่งโดยทั่วไปไม่มีความจำเป็น แต่ทำให้ราคาแพงเกินเหตุ บางโรงพยาบาล เช่น รพ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี รพ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี รพ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับเครื่องดมยาสลบแบบมีเครื่องบันทึกการใช้ยาของวิสัญญีแพทย์ (Electronic Charting) ซึ่งโดยทั่วไปไม่มีความจำเป็นและทำให้ราคาแพงโดยใช่เหตุ

 

-เครื่องควบคุมการทำงานของหัวใจกลาง (Central Monitor) มีการจัดทำคำของบประมาณในราคาแพงเกินสมควร และแตกต่างกันมาก 3-10 ล้านบาท และมีการระบุข้อความที่เข้าข่ายเป็นการล็อคสเปคเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทที่ครองตลาดอยู่เดิม คือข้อความว่าต้อง "เชื่อมต่อกับระบบเดิมได้"

 

-เครื่องเอ็กซเรย์เต้านม (Mammogram) มีการจัดสรรเครื่องแบบดิจิตอล ในราคาแตกต่างกันมาก 17-28 ล้านบาท เครื่องแบบดังกล่าวราคาแพงกว่าแบบฟิล์ม 3-5.6 เท่า โดยที่คณะทำงานด้านบริการป้องกันโรคของสหรัฐมีคำแนะนำว่าเครื่องทั้ง 2 แบบ ให้ผลลัพธ์การทำงานไม่แตกต่างกัน เพราะแบบดิจิตอลที่มีราคาแพงมาก ไม่มีผลต่อการลดอัตราตายจากโรคมะเร็งเต้านม

 

-เครื่องสลายนิ่ว ไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ

 

-เครื่องพ่นยุงติดรถยนต์ มีการเขียนโครงการจัดซื้อในลักษณะเร่งรัดผิดสังเกต โดยกำหนดสเปคที่อาจไม่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ และตั้งราคาสูงเกินสมควร บริษัทจำหน่ายเครื่องเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ รมช.สธ.

 

-เครื่องทำลายเชื้อด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลตระบบปิด (ยูวี-แฟน) มีการจัดสรรให้ รพ.ชุมชนแห่งละ 1 เครื่อง รวม 800 เครื่อง ในราคาสูงเกินสมควร มีผู้เกี่ยวข้องในการสั่งการมาก

 

-รถปิคอัพดับเบิลแค็บ 320 คัน ราคาแพงเกินสมควร คันละ 1.72 แสนบาท และรถปิคอัพแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อีก 42 คัน ซึ่งแพงเกินสมควรคันละ 1 แสนบาท รวมมูลค่าที่แพงเกินสมควร 59.24 ล้านบาท

 

-รถพยาบาล มีความพยายาม "ฮั้ว" ซึ่งหากฮั้วสำเร็จจะทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณคันละ 1 แสนบาท รวม 800 คัน มูลค่า 80 ล้านบาท โดยอาจมีการลดคุณภาพอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ประจำรถ ซึ่งเป็นการไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วย

 

-ยูนิตทำฟัน 400 เครื่อง จากสถาบันพระบรมราชชนก ราคายูนิตละ 6 แสนบาท เทียบกับที่จัดสรรให้สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ยูนิตละ 415,000 บาท จึงแพงกว่ายูนิตละ 185,000 บาท รวมแพงเกินสมควร 74 ล้านบาท

ครุภัณฑ์ทั้ง 12 รายการ หากมีการทบทวนจะประหยัดงบประมาณได้ 719.74 ล้านบาท และป้องกันการสูญเสียในอนาคตได้ 645-1,308 ล้านบาท

 

3.รถพยาบาล

 

-มีการเสนอของบประมาณเพื่อจัดซื้อรถพยาบาล 800 คัน ในโครงการไทยเข้มแข็งจริง

 

-น่าเชื่อว่ามีการไปร่วมกินอาหารเย็นกันที่ภัตตาคารไดแนสตี้ในโรงแรมเซนทารา ลาดพร้าว เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2552 จริง โดยผู้ร่วมกินอาหาร ประกอบด้วย ผู้ประกอบการรถพยาบาลรายใหญ่ในประเทศไทย ทั้ง 2 ราย (บริษัท พูลภัณฑ์พัฒนา จำกัด 2 คน และบริษัท สุพรีม โปรดักส์ จำกัด 2 คน) นายสุทธิชัย ธรรมประมวล ที่ปรึกษา รมช.สธ. นายมานิต นพอมรบดี รมช. และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เลขานุการ รมว.สธ.

 

-น่าเชื่อว่าในการกินอาหารในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว มีความพยายามในการเจรจาให้มีการฮั้วกันเรื่องการจัดซื้อรถพยาบาลจริงด้วย

 

เหตุผลดังนี้

 

1.แม้คำให้การของผู้บริหารระดับสูงของ สธ.จะเป็นเพียง "พยานบอกเล่า" แต่เนื้อหาสาระสำคัญตรงกันกับคำบอกเล่าของพยานในเหตุการณ์จริงทุกประการ ทั้งเรื่องชื่อบริษัทรถที่มีการไปขอล็อคโควต้า ชื่อล็อบบี้ยิสต์ที่ทำหน้าที่เจรจา วิธีการฮั้ว จำนวนเงินผลประโยชน์ต่อคันที่ขอ และการแจ้งว่าถ้าไม่ร่วม "ฮั้ว" ก็จะไม่มีโอกาสได้งานนี้ เป็นต้น

 

2.นางศิริวรรณ ยอมรับว่าได้ไปพบปะ รมช.สธ.ในห้องอาหารดังกล่าว ในวันเวลาดังกล่าวจริง

 

3.นายมานิต ยอมรับว่าได้ไปที่ภัตตาคารไดแนสตี้โรงแรมเซนทารา ลาดพร้าว ในวัน-เวลา ตามข่าวจริง และได้พบกับนางศิริวรรณจริง แม้จะอ้างว่าไปพบเพื่อนเก่าชื่อนายวิจิตร และไม่ได้พบนายสุทธิชัย ก็ไม่น่าเชื่อ เพราะอ้างว่านายวิจิตร ไปขอพบถึงหน้าห้อง แต่ไม่ได้ให้เข้าพบ และได้นัดพบตอนเย็นหลังเลิกงานแทน โดยที่นายมานิตย้ำว่า ปกติตนจะกลับพื้นที่ราชบุรีเป็นประจำทุกวัน เว้นเฉพาะเมื่อมีภารกิจจำเป็น เมื่อเพื่อนเก่ามาขอพบถึงหน้าห้องกลับไม่ให้เข้าพบ แต่นัดให้ไปพบตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ตนจะกลับราชบุรี การที่ต้องเดินทางไปที่โรงแรมเซนทารา ลาดพร้าวเวลาหัวค่ำ ย่อมต้องเสียเวลามาก เพราะบริเวณนั้นรถติดมาก เมื่อไปพบก็อ้างว่าพบกันเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งผิดวิสัย สำหรับนายสุทธิชัย นายมานิต รับว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก เพราะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในคณะและแผนกเดียวกัน เมื่อเรียนจบยังมาทำงานด้วยกันและมีที่ทำการบริษัทอยู่สถานที่เดียวกัน เมื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ได้แต่งตั้งให้นายสุทธิชัยเป็นที่ปรึกษา แต่น่าแปลกที่มอบหมายงานทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งนายสุทธิชัยไม่มีความรู้ความชำนาญให้ทำ คือ เรื่องวัคซีนไข้สมองอักเสบ เจอี และเรื่องโรคชิคุนกุนยา

 

4.นายสุทธิชัย ยอมรับว่าสนิทสนมกับนายมานิต เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อเรียนจบก็มาตั้งบริษัทรับเหมาด้วยกัน และได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เมื่อนายมานิตได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.สธ.โดยได้รับให้คำปรึกษาเรื่องโรคชิคุนกุนยา และเรื่องการก่อสร้างอาคารในบริเวณที่มีแผ่นดินไหวซึ่งตนเป็นวิศวกร แต่ไม่ระบุว่าที่กระทรวงหรือหน่วยงานอื่นมีการพิจารณาเรื่องอาคารสำหรับบริเวณที่มีแผ่นดินไหวในประเทศไทยหรือไม่ นายสุทธิชัยยืนยันว่าตนไม่ได้ไปที่ภัตตาคารไดแนสตี้เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2552 อย่างไรก็ดี

 

นายสุทธิชัยยอมรับว่าในวันดังกล่าว นายวิจิตรซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ไปหาตนที่กระทรวงสาธารณสุข ช่วง 09.00-11.00 น. ได้พบตน แต่ไม่ได้พบนายมานิตโดยอ้างว่านายมานิตไม่อยู่ ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของนายมานิต และนายสุทธิชัยยังยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนางศิริวรรณเลย ทั้งๆ ที่ห้องที่ปรึกษาที่ตนเข้าไปทำงานเป็นประจำกับห้องทำงานของนางศิริวรรณอยู่ใกล้ๆ กัน กรณีที่อ้างว่า ทีมงานของรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย "เกาเหลา" กัน ก็ขัดต่อข้อเท็จจริงที่นางศิริวรรณได้ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการว่าตนได้ไปที่โรงแรมเซนทารา และเมื่อทราบว่ารัฐมนตรีช่วยกินอาหารอยู่ที่ภัตตาคารไดแนสตี้ยังได้ขึ้นไปพบและร่วมกินอาหารด้วย รวมทั้งเมื่อมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับเรื่องนี้มีการระบุชื่อย่อผู้เกี่ยวข้อง มีอักษร "ส" อยู่ด้วย นายสุทธิชัยก็เฉยๆ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

 

คำให้การของนายสุทธิชัยมีพิรุธ ไม่น่าเชื่อโดยเฉพาะเรื่องนายวิจิตรกับนายมานิต และเรื่องที่ไม่รู้จักกับนางศิริวรรณ คณะกรรมการไม่แปลกใจที่นายสุทธิชัยจะให้การว่าไม่ได้ไปที่ภัตตาคารไดแนสตี้เมื่อเย็นวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2552 สอดคล้องกับคำให้การของนายมานิต ซึ่งก็ให้การว่าไม่พบนายสุทธิชัยในห้องอาหารที่ภัตตาคารไดแนสตี้มีข้อสังเกตว่าเมื่อคณะกรรมการได้เรียกนายสุทธิชัยมาให้ถ้อยคำครั้งแรก เพื่อให้ไม่มีเวลาซักซ้อมกับนายมานิต นายสุทธิชัยอ้างติดภารกิจในต่างจังหวัด และได้ขอไปให้ถ้อยคำในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2552 แทน ซึ่งเหตุผลความจำเป็นเรื่องติดภารกิจไปปลูกต้นไม้ น่าจะไม่ใช่เหตุผลสมควร

 

สรุปแล้ว คณะกรรมการเชื่อว่า มีความพยายามดำเนินการเพื่อให้มีการ "ฮั้ว" การจัดซื้อรถพยาบาล 800 คัน ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจริง โดยมีการขอผลประโยชน์ คันละ 1 แสนบาท ซึ่งตรงกับการขอปรับราคารถพยาบาลที่เคยจัดซื้อได้เดิมคันละ 1.7 ล้านบาท เป็นคันละ 1.8 ล้านบาท ซึ่งหากไม่มีเรื่องราวปรากฏเป็นข่าว ก็อาจมีการ "ฮั้ว" สำเร็จ และวงเงินผลประโยชน์ในรายการนี้ก็สูงถึง 80 ล้านบาท

 

4.เครื่องยูวี-แฟน

 

-การของบประมาณรายการเครื่องยูวี-แฟน เป็นการจัดสรรจากส่วนกลางจริง โดยไม่มีคำขอจากหน่วยงานผู้ใช้

 

-การจัดสรรงบประมาณรายการเครื่องยูวี-แฟน เป็นการจัดสรรที่ผิดหลักเกณฑ์ เพราะราคาต่อหน่วยเพียง 40,000 บาท ขณะที่หลักเกณฑ์กำหนดว่าครุภัณฑ์การแพทย์สำหรับบริการทุติยภูมิให้มีราคาตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป ครุภัณฑ์ราคา 40,000 บาทโรงพยาบาลต่างๆ สามารถใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดซื้อได้เอง

 

-มีการเร่งรัดให้หน่วยงานดำเนินการจัดซื้อจริง ที่ จ.สงขลา โดยจังหวัดสั่งการให้ดำเนินการ "ด่วนที่สุด" โดยใช้สเปคของบริษัท ก่อเกียรติซัพพลาย จำกัดจริง ซึ่งสเปคดังกล่าวมีความบกพร่องและมีลักษณะเป็นการล็อคสเปคให้แก่สินค้าของบริษัท ก่อเกียรติซัพพลาย

 

-มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการให้บรรจุรายการเครื่องยูวี-แฟน เข้าในโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ ดังนี้

 

1.นพ.สุชาติ ได้จัดทำเอกสาร "สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการของบประมาณเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต" หลังปรากฏเป็นข่าวครึกโครมแล้ว เอกสารดังกล่าวน่าเชื่อถือ เพราะ นพ.สุชาติได้ประชุมสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใน สบภ.และได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วก่อนเผยแพร่ สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้

 

-นพ.กฤษดา มนูญวงษ์ ที่ปรึกษา รมว.สธ.เป็นผู้นำโครงการจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟนไปมอบให้ แต่ นพ.สุชาติแจ้งว่าจะบรรจุรายการดังกล่าวได้ต้องเป็นการสั่งการจากปลัด สธ.หรือรองปลัด สธ.ที่ได้รับมอบหมาย

 

-พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัด สธ. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการไทยเข้มแข็ง ได้สั่งการให้บรรจุรายการดังกล่าวเข้าโครงการไทยเข้มแข็ง ต่อมารายการดังกล่าวถูกตัดออก เพื่อนำยอดงบประมาณรายการนี้ไปจัดสรรให้โครงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของ จ.ระยอง พญ.ศิริพร ตรวจพบจึงได้สั่งการโดยตรงกับนางจุฑารัตน์ มากคงแก้ว เจ้าหน้าที่ใน สบภ. ให้บรรจุรายการนี้กลับเข้าไปใหม่

 

-นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. ได้เป็นผู้ติดตามการบรรจุครุภัณฑ์รายการนี้กับ นพ.สุชาติ และเมื่อหัวหน้าฝ่ายแผนของ สบภ.คือนางศุภรดา รอดอาตม์ ได้ทักท้วงกับ นพ.สุชาติว่าผิดหลักเกณฑ์ นพ.สุชาติได้ต่อโทรศัพท์ให้คุยกับ นพ.ปราชญ์โดยตรง หลังจากพูดโทรศัพท์แล้วนางศุภรดาก็มิได้ทักท้วงเรื่องนี้อีก

 

คณะกรรมการพิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าสาระสำคัญตามที่ นพ.สุชาติสรุปเกี่ยวกับผู้สั่งการให้บรรจุยูวี-แฟนในโครงการไทยเข้มแข็งน่าจะเป็นความจริง ด้วยเหตุผลดังนี้

 

ก. นอกจากความน่าเชื่อถือในกระบวนการจัดทำเอกสารแล้วเอกสารของ นพ.สุชาติ สื่อมวลชนได้นำไปลงข่าวเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ย่อมกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลทั้งสามคือ นพ.กฤษดา มนูญวงษ์ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ และ พญ.ศิริพร กัญชนะ อย่างมาก แต่ไม่ปรากฏว่าบุคคลออกมาปฏิเสธ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเอง โดยเฉพาะ นพ.กฤษดา และ พญ.ศิริพร รับว่าไม่เคยสอบถามหรือ

 

ต่อว่า นพ.สุชาติ ทั้งๆ ที่รู้จักกันดี รวมทั้งเมื่อคณะกรรมการสอบถามว่าจะให้มาให้ถ้อยคำต่อหน้า นพ.สุชาติ บุคคลทั้งสองก็ปฏิเสธ และรับว่าไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองใดๆ กับ นพ.สุชาติมาก่อน สำหรับ นพ.ปราชญ์ รับว่าเป็นผู้รับ นพ.สุชาติกลับเข้ารับราชการเอง และมอบให้ทำหน้าที่

 

สำคัญคือ ผอ.สบภ. และรับว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนางศุภรดา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมจริง

ข. พยานปากสำคัญคือ นางจุฑารัตน์ มากคงแก้ว ให้การยืนยันการสั่งการของ พญ.ศิริพรให้บรรจุรายการนี้กลับเข้าไปใหม่ ซึ่งการสั่งการดังกล่าวเป็นการสั่งการล้วงลึกถึงตัวเจ้าหน้าที่ และเป็นการสั่งการข้ามสายงาน เพราะ พญ.ศิริพรไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล สบภ. โดย พญ.ศิริพรรับว่าไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองใดๆ กับนางจุฑารัตน์มาก่อน นอกจากนี้ นางจิราภรณ์ สิงหเสนี เจ้าหน้าที่ใน สบภ.ก็ยืนยันว่า เป็นผู้บรรจุรายการนี้กลับเข้าไปใหม่ โดยต้องตัดรายการที่มียอดงบประมาณเท่ากันออกไป และเป็นการดำเนินการตามการสั่งการของนางศุภรดา รอดอาตม์ ซึ่งเป็นหัวหน้าของตน

 

-นพ.สุชาติ เลาบริพัตร ได้มีบันทึกข้อความ ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2550 ถึง ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ระบุชัดเจนว่า "รมว.สธ.มีนโยบายให้การบรรจุรายการครุภัณฑ์เครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลตระบบปิด สำหรับโรงพยาบาลชุมชน ในโครงการพัฒนาระบบบริการทุติยภูมิจำนวน 800 เครื่อง ราคาเครื่องละ 40,000 บาท เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 32,000,000 บาท ภายใต้ระบบปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555" ประเด็นดังกล่าวนี้ คณะกรรมการได้สอบถามผู้เกี่ยวข้อง 5 คน และ รมว.สธ.และพิจารณาแล้วมีความเห็นสรุปได้ว่า รมว.สธ.น่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือเห็นชอบกับการบรรจุรายการเครื่องยูวี-แฟนเข้าไปในโครงการไทยเข้มแข็งจริง

 

-นอกจากผลประโยชน์โดยมิชอบจากการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟนแล้ว เฉพาะ นพ.ปราชญ์และ พญ.ศิริพร น่าจะมีเหตุจูงใจส่วนตน ดังนี้

 

1.นพ.ปราชญ์ได้มีนโยบายเร่งรัด หยุดยั้งวัณโรคโดยอ้างอย่างผิดหลักวิชาว่า ประเทศไทยติดอันดับมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่สูงเป็นอันดับ 18 ใน 22 ประเทศในโลก และได้มอบให้สำนักตรวจราชการ สธ.จัดทำโครงการเร่งรัด หยุดยั้งวัณโรค โดย นพ.ปราชญ์ได้ไปบรรยายทางวิชาการด้วยตนเอง กำหนดให้รับผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ไว้รักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผิดหลักวิชาการ และแนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก เพราะจะทำให้มีการแพร่เชื้อวัณโรคในโรงพยาบาลมากขึ้น นโยบายดังกล่าวทำให้มีการจัดทำห้องแยกโรคตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยติดตั้งเครื่องฟอกอากาศซึ่งมีระบบทำลายเชื้อด้วยรังสียูวี โดยราคาเครื่องมือดังกล่าวพร้อมค่าบำรุงรักษาสูงถึงห้องละ 250,750 บาท และนโยบายดังกล่าว หลายจังหวัดได้นำไปอ้างเพื่อจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟนอย่างมีเงื่อนงำ นโยบายดังกล่าวน่าเชื่อว่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงเป็นอันมาก ควรมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

 

การลงไปเร่งรัดงานวัณโรคของ นพ.ปราชญ์ เป็นเรื่องผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งซึ่งเป็นโครงการใหญ่ มีความสำคัญมาก และเป็นเรื่องรับผิดชอบโดยตรงของปลัด สธ. แต่ นพ.ปราชญ์มิได้เอาใจใส่เท่าที่ควร ไม่มีการตั้งคณะกรรมการ ไม่มีการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และหลักเกณฑ์การดำเนินการทั้งเรื่องแนวทางการจัดสรรและการกำหนดราคา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรองปลัดฝ่ายบริหาร คือ พญ.ศิริพร กัญชนะ ซึ่งก็ไม่เอาใจใส่เท่าที่ควร นพ.ปราชญ์ อ้างว่ามีการประชุมติดตามเรื่องนี้ในที่ประชุมเช้าวันอังคาร ที่เรียกว่า Tuesday Breakfast Meeting เรียกย่อว่า TBM แต่ตรวจสอบจากรายงานการประชุม TBM แล้วมีการพิจารณาติดตามโครงการนี้น้อยมาก

 

-นพ.ปราชญ์ และ พญ.ศิริพร ได้ร่วมกันเสนอบริจาคเงินแก่ โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) รวมเป็นเงิน 2 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 6.8 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าจ้างให้ พญ.ศิริพรไปเป็นผู้ปฏิบัติงานของโครงการดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปี หลังเกษียณอายุราชการ ทั้งๆ ที่ พญ.ศิริพรเคยสมัครไปทำงานกับโครงการดังกล่าว แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก การดำเนินการดังกล่าว นพ.ปราชญ์ ได้ลงนามในหนังสือแจ้งต่อโครงการเอดส์แห่ง

 

สหประชาชาติโดยไม่มีอำนาจ เพราะการบริจาคเงินในลักษณะดังกล่าวแก่องค์การระหว่างประเทศเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี หนังสือที่ นพ.ปราชญ์ลงนามดังกล่าว มิได้จัดทำโดยสำนักการสาธารณสุขต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ผู้ได้ประโยชน์จากการกระทำนี้คือ พญ.ศิริพรที่จะได้ไปทำงานในโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติหลังเกษียณอายุราชการโดยใช้เงินจากภาษีอากรของประชาชนไทยเป็นเงินประมาณ 6.8 ล้านบาท และ นพ.ปราชญ์จะได้ประโยชน์จากการมีโอกาสเสนอแต่งตั้งรองปลัด สธ.ทดแทนก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ

 

-การจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟนอย่างมีเงื่อนงำ ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายจังหวัดโดยใช้งบประมาณอื่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น สามจังหวัดในเขตตรวจราชการที่ 12 ของ สธ. ได้แก่ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม และ จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น โดยมีการดำเนินการที่มิชอบในลักษณะต่างๆ ดังนี้

 

1.สามจังหวัดในเขตตรวจราชการที่ 12 ได้แก่ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด พบความผิดปกติ เช่น มีการกำหนดสเปคที่บกพร่องและในลักษณะที่มีการล็อคสเปคให้บริษัท ก่อเกียรติซัพพลาย ดังนี้

 

2.น่าสงสัยว่า สินค้าที่มีการจัดซื้อและโรงพยาบาลต่างๆ ได้รับ อาจมิใช่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ควรมีการสอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ข้อเท็จจริงโดยกระจ่างต่อไป

 

3.สถาบันโรคทรวงอกได้ผลิตเครื่องดังกล่าวได้ในราคาเพียง 7,000 บาท (ต้นทุนเพียง 4,920 บาท) แต่สินค้ารายการนี้ขายในราคาสูงถึงเครื่องละ 40,000 บาท และต่อมามีการปรับปรุงการผลิตเหลือต้นทุนราว 2,000 บาท

 

4.สืบเนื่องจากการจัดซื้อครุภัณฑ์รายการนี้มีการไปทัศนศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 14-20 ตุลาคม พ.ศ.2552 โดยผู้ร่วมคณะประกอบด้วยผู้บริหารสาธารณสุขในเขต 12 และผู้รับหน้าที่สาธารณสุขนิเทศก์ในเขต พร้อมครอบครัวโดยอ้างว่าใช้เงินส่วนตัว ซึ่งไม่น่าเชื่อเพราะพบพิรุธมากมาย น่าเชื่อว่าใช้เงินจากการจัดซื้อยูวี-แฟน

 

5.ผู้บริหารสาธารณสุขในเขต 12 ในส่วนกลางที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเรื่องยูวี-แฟนในเขต ได้แก่ นพ.สมชัย ภิญโญพรพานิชย์ ผู้ตรวจราชการ นพ.คำรณ ไชยศิริ สาธารณสุขนิเทศก์ และ นพ.ธำรง สมบุญตนนท์ ผู้ทำหน้าที่สาธารณสุขนิเทศก์ แทน นพ.คำรณ ไชยศิริ ซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปดูแลโครงการไทยเข้มแข็ง

 

-อบจ.ขอนแก่น เคยจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟน 230 เครื่อง ในปี พ.ศ.2550 แจกจ่ายแก่โรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.ขอนแก่น ปรากฏว่าโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นได้ส่งเครื่องดังกล่าวคืน เพราะคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล พิจารณาถึงคุณประโยชน์ ผลดี ผลเสีย ความคุ้มค่า คุ้มทุน และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแล้ว "ได้มีมติร่วมกันที่จะส่งครุภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนครั้งนี้คืน..." เป็นการไม่ยอมรับแม้จะให้ฟรี

 

กรณีดังกล่าวทำให้ในปีงบประมาณ 2552 ผอ.รพ.ขอนแก่น ไม่ยอมจัดซื้อเครื่องยูวีแฟนตาม "นโยบาย" ของเขต และไม่ได้ร่วมไปกับคณะทัศนศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ด้วย จากการตรวจสอบสเปคของเครื่องยูวี-แฟนที่ อบจ.ขอนแก่น จัดซื้อในปี 2550 พบความผิดปกติเช่นเดียวกัน

 

-จ.นครศรีธรรมราช มีการจัดซื้อตามคำร้องขอของ นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ ผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการเขต ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ในราคาสูงถึงเครื่องละ 99,000 บาท ซึ่งมีความผิดปกติในเรื่องสเปคและสินค้าเช่นเดียวกันแม้จะเป็นสินค้าคนละยี่ห้อกัน และซื้อจากคนละบริษัท

 

ทั้งนี้ นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ยังมีกรณีขอเงินจากโรงพยาบาลต่างๆ ได้แก่ พัทลุง นครศรีธรรมราช ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลละ 4 แสน-1 ล้านบาท นำไปจัดซื้อรถยนต์ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน ให้ รมว.สธ.ใช้ด้วย และต่อมา นพ.จักรกฤษณ์ ได้รับแต่งตั้งเลื่อนฐานะเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2552



 

 

 

เปิดสารพัดวิธีทุจริตงบไทยเข้มแข็ง สธ.นัดพ่อค้ากินข้าว เรียกสินบน80ล้าน

มติชน ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒

ทันทีที่ทีมมือปราบโกง นำทีมโดย นพ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข เปิดแถลงข่าวผลการสอบสวนความไม่ชอบมาพากลของโครงการไทยเข้มแข็ง  สาวไส้ความผิดทั้งนักการเมือง และข้าราชการประจำ ร่วมยกกระบิ มีคนผิดทั้งที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน และไม่มีเอี่ยวทุจริต แต่บกพร่องต่อหน้าที่ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2552 ที่ทำเนียบรัฐบาล
ภาพรวมของความผิดแบ่งได้ ดังนี้


1.นัดฮั้วเรียกเงินรถพยาบาลคันละ 1 แสนบาท 


ผลตรวจสอบพบว่าจากพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าได้มีการพยายามเจรจาเพื่อเตรียมการให้มีการฮั้วกันจริง โดยมีนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ
นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นัดบริษัทรถยนต์ 2 บริษัท มารับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารไดนาสตี้งโรงแรมเซนทารา ลาดพร้าว ช่วงค่ำของวันที่ 17 สิงหาคม 2552


นพ.บรรลุกล่าวยืนยันว่า มีผู้ประกอบการรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่ได้ร่วมในการทานอาหารมื้อนั้น ได้ทำหนังสือยืนยันมายังคณะกรรมการ รวมทั้งมาให้ถ้อยคำต่อกรรมการตรวจสอบด้วยว่ามีนักการเมืองคนใดร่วมทานอาหารบ้าง โดยระบุชัดเจนว่า นายมานิต และนางศิริวรรณ ได้
มีการเจรจาเรียกรับผลประโยชน์ คันละ 1 แสนบาท รวม 800 คัน เป็นเงิน 80 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีมูลความผิดทางอาญาด้วย ผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด
 

2.ยูวี แฟน ทำเป็นขบวนการ สอบ 5 คนผิด ตั้งแต่อดีตปลัด สธ. ที่ปรึกษา รมว.สธ. ผอ.สบภ.มีเอี่ยว


สำหรับยูวี แฟน พบเงื่อนงำความผิดปกติมากมาย ทำอย่างเป็นขบวนการทั้งในและนอก สธ. มีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าผู้สั่งการเรื่องนี้โดยตรง คือ

 


1.
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัด มีมูลเหตุจูงใจ คือ มีการสั่งนโยบายโครงการเร่งรัดหยุดวัณโรค ที่ขัดต่อหลักวิชาการให้รับผู้ป่วยในโรงพยาบาล 14 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อวัณโรคในโรงพยาบาล และสั่งให้ทำห้องแยกโรคพร้อมมีเครื่องฟอกอากาศที่ใช้รังสียูวี ราคาสูงถึงห้องละ 250,750 บาท จึงเป็นเหตุให้โรงพยาบาลต่างๆ ใช้เป็นข้ออ้างในการจัดซื้อยูวี แฟน


2.
พญ.ศิริพร กัญชนะ อดีตรองปลัด สธ. ในฐานะดูแลโครงการไทยเข้มแข็งภาพรวม


3.น่าเชื่อว่า
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาจมีส่วนโดยตรงหรืออ้อมในการสั่งบรรจุยูวี แฟน ในโครงการไทยเข้มแข็ง โดยมีนพ.กฤษฎา มนูญวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นนำไปส่งให้กับ นพ.สุชาติ เลาบริพัตร ผู้อำนวยการ สบภ. สอดคล้องกับที่ นพ.สุชาติ มีบันทึกชัดเจนว่าเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

 

 

4.นอกจากนี้ยังพบว่ามีการจัดซื้อยูวี แฟน ที่ใช้งบฯอื่น โดย นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ สาธารณสุขนิเทศ ขณะนั้น ขอให้โรงพยาบาลใน จ.นครศรีธรรมราช จัดซื้อยูวี แฟน ราคาเครื่องละ 99,000 บาท และน่าจะเป็นสินค้ายอมแมว ไม่ใช่ของนอก


5.พบว่ามี 3 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ซื้อยูวี แฟน ที่มีการล็อกสเปคในราคาเครื่องละ 40,000 บาท ขณะที่สถาบันทรวงอกผลิตได้ในราคาต้นทุน 2,000-5,000 บาท และมีผู้บริหารพาครอบครัวไปทัศนศึกษาที่นิวซีแลนด์ ขณะที่โรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่นกลับปฏิเสธไม่ขอรับยูวี แฟน ที่ อบจ. ขอนแก่น ได้จัดซื้อให้ฟรี เมื่อปี 2550 เพราะพิจารณาแล้วไม่คุ้มค่าบำรุงรักษา

 

3.มั่วงบฯก่อสร้าง รมช.สธ.ล้วงลูกชัดเจน


เอกสารผลการสอบสวนระบุว่า 60% ของงบประมาณไทยเข้มแข็งทั้งหมด เป็นงบฯก่อสร้าง พบว่ามีการจัดสรรมั่วแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา สาเหตุเพราะไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมาย หลักเกณฑ์ และไม่มีการตั้งคณะกรรมการดูแลพิเศษ
ส่งผลให้การจัดสรรงบฯกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เห็นได้ชัดเจน โดยมีโรงพยาบาลศูนย์ ทั่วไป และศูนย์ความเป็นเลิศ รวม 115 แห่ง ที่ได้งบฯก่อสร้างมากกว่าโรงพยาบาลชุมชนที่ได้เพียง 235 แห่ง จากทั้งหมด 735 แห่ง และสถานีอนามัย 9,762 แห่งทั่วประเทศรวมกัน


ที่สำคัญ ยังพบว่านายมานิตลงไปล้วงลูกด้วยตนเอง
จัดสรงบฯสร้างอาคารถึง 5 หลัง ที่โรงพยาบาลราชบุรี ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลต้องการเพียง 2 หลังเท่านั้น และยังต้องทุบอาคารเก่าอีกหลายหลังด้วย มีการกดดันผู้อำนวยการโรงพยาบาลจนต้องถูกย้ายในที่สุด


นอกจากนี้ ราคากลางที่ตั้งไว้สูงเกินเหตุ ทั้งที่มีผลการประมูลก่อสร้างต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้มาก ก็ไม่ยอมปรับลดราคาลง ส่อเจตนาว่าไม่สุจริต เปิดช่องให้มีการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์ ยังมีอาคารแบบเดียวกันแต่ราคาต่างกัน อาทิ


1.อาคารผู้ป่วยนอก-อุบัติเหตุ สูง 5 ชั้น ตั้งราคา 168-185 ล้านบาท แต่มีประวัติที่โรงพยาบาลท่าศาลา เคยสร้างจริงในปี 2552 ใช้งบฯเพียง 128 ล้านบาท


2.อาคารพักพยาบา สูง 3 ชั้น ขนาด 24 ห้อง ตั้งงบประมาณ 9.57 ล้านบาท แต่มีประวัติสร้างจริงเพียง 7 ล้านบาท 3.เสาธงสูง 20 เมตร ตั้งงบฯ 495,000 บาท แต่มีราคากลางเพียง 367,700 บาท และควรเลือกเสาธงแบบสูง 12 เมตร มีราคาเพียง 119,700 บาทเท่านั้น


4.กรมการแพทย์ตั้งราคาครุภัณฑ์แพงผิดปกติ


กรมการแพทย์ได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า 7,500 ล้านบาท แต่พบว่ามีการตั้งราคาครุภัณฑ์และงบฯก่อสร้างแพงเกินจริงหลายหลายการเมื่อเปรียบเทียบกับครุภัณฑ์การแพทย์ของโรงพยาบาลอื่นๆ ในโครงการไทยเข้มแข็งด้วยกันเอง ส่อไปในทางทุจริต เปิดทางให้มีการแสงหาผลประโยชน์  โดยเฉพาะของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลนพรัตน์ โรงพยาบาลเลิดสิน

1.เครื่องเอ็กซเรย์ส่องตรวจระบบดิจิตอล (Digital Fluoroscopy) ของโรงพยาบาลนพรัตน์ และศูนย์มะเร็ง ชลบุรี ตั้งงบฯไว้ที่ 15 ล้านบาท ขณะที่เครื่องชนิดเดียวกันของโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป ตั้งราคาเพียง 8 ล้านบาท


2.ควบคุมการทำงานของหัวใจ ของโรงพยาบาลเลิดสิน ตั้งงบฯไว้ 9.2 ล้านบาท ขณะที่โรงพยาบาลแห่งนี้เคยจัดซื้อเพียง 3.5 ล้านบาทเท่านั้น
3.เครื่องใส่แร่อัตโนมัติปริมาณรังสีสูง ของสถาบันมะเร็งฯ ตั้งงบฯไว้ 27 ล้านบาท ขณะที่ศูนย์มะเร็ง ลพบุรี เคยจัดซื้อเมื่อปี 2550 ราคาเพียง 19.2 ล้านบาท


3.เครื่องจัดเก็บระบบข้อมูลเฉพาะทางการแพทย์ด้วยคอมพิวเตอร์ สถาบันมะเร็งฯ ตั้งงบฯ 60 ล้านบาท ขณะที่ศูนย์มะเร็งอุบลราชบุรี และโรงพยาบาลศูนย์หลายแห่งเคยจัดซื้อในราคาเพียง 15-30 ล้านบาท เท่านั้น


ทั้งหมดนี้ จึงเป็นที่มาของบทสรุปความผิดโครงการไทยเข้มแข็งที่ว่า "ส่อไปในทางที่จะทำให้เกิดการทุจริตจริง" ของทีมสอบสวนของ นพ.บรรลุ ส่วนใครจะแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีนี้อย่างไร..คงต้องยกคำของ นพ.บรรลุ ที่ทิ้งท้ายไว้ว่า


*********************************************************************


สรุปผลชี้มูลผู้เกี่ยวข้อง


นักการเมือง 4 ราย

 

1.นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บกพร่องต่อหน้าที่

2.นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีพฤติกรรมส่อทุจริต ล้วงลูก ดึงงบฯเข้า จ.ราชบุรี และนัดกินข้าวกับบริษัทเจ้าของรถยนต์ผู้ผลิตรถพยาบาล รวมถึงเครื่องพ่นฆ่ายุงลาย

3.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตเลขานุการ  มีพฤติกรรมส่อทุจริต โดยนัดกินข้าวร่วมกับนายมานิต และผู้ประกอบการผลิตรถพยาบาล

4.นพ.กฤษดา มนูญวงศ์ อดีตที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ล็อบบี้ให้มีการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลตแบบระบบปิด (ยูวี-แฟน)


ข้าราชการประจำ 8 ราย


1.
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข   บกพร่องต่อหน้าที่ เปิดช่องให้เกิดการทุจริต

2.พญ.ศิริพร กัญชนะ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ไม่เอาใจใส่ต่อโครงการที่มีงบประมาณสูง

3.นายกสินทร์ วิเศษสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปรับปรุงแบบแผนทำให้เปิดช่องให้เกิดการทุจริต

4.นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ อนุมัติจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ราคาแพงผิดสังเกต

5.นพ.สุชาติ เลาบริพัตร อดีตผู้อำนวยการ สบภ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟน

6.นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  บกพร่องต่อหน้าที่ในสมัยเป็นรองปลัด สธ.รับผิดชอบ สบภ.

7.นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ รับผิดชอบโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ปัดความรับผิดชอบ

8.นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข  เขต 6 ให้โรงพยาบาลจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟน ราคาแพง ขณะดำรงตำแหน่งสาธารณสุขนิเทศก์

 

 

4นักการเมือง-8ขรก.ติดร่างแห

เดลินิวส์ วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม 2552 เวลา 8:18

ส่อทุจริตไทยเข้มแข็ง หมอบรรลุกางผลสอบเสนอให้รื้อทั้งโครงการ

 

ไทยเข็มแข็ง สธ. ส่อทุจริตจริง หลัง “หมอบรรลุ” สอบจนพบข้อมูลพฤติกรรมส่อเจตนาโกง กดดัน ล้วงลูก จัดสรรเงินไม่เหมาะสมของผู้บริหารกระทรวง ทั้งฝ่ายการเมือง-ขรก.ประจำ กาหัวพวกเข้าข่าย “วิทยา-มานิต-ศิริวรรณ-นพ.กฤษฎา” กับ อดีตปลัดสธ.-อดีตรองปลัดสธ. และขรก.อีก 6 คน ส่งเอกสารหนา 4,733 แผ่น ให้ “มาร์ค” ฟันธงจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แฉ 2 นักการเมือง ร่วมวงกินข้าวกับเอกชนประมูลรถพยาบาล ด้าน “รมว.สธ.” แปลกใจถูกเหมารวมโกงเงินทั้งๆที่ยังไม่ได้ใช้สักบาท ขอเวลาดูเอกสารก่อนตัดสินใจอะไรลงไป ยืดอกรับไม่ทำตัวเป็นภาระพรรค-รัฐบาล-นายกฯ แพทย์ชนบท จี้ผู้บริหารกระทรวแสดงความรับผิดชอบ ย้ำ โครงการต้องแก้ไข “มานิต” ยันความผิดไม่ถึงกับต้องออก “หมอเรวัต” งงมีชื่อถูกโยงเอี่ยวส่อทุจริต “ปลัดฯไพจิตร์” พร้อมสอบคนเกี่ยวข้อง

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. นพ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานคณะกรรมการสอบสวนโครงการทุจริตไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีข้อร้องเรียนการทุจริต ในโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ขณะนี้ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยผลการสอบสวนในภาพรวมพบว่าการจัดตั้งงบประมาณในภาพ  รวมทั้งหมดมีพฤติกรรมและพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่าส่อไปในทางที่จะทำให้เกิดการทุจริตจริง

   

“คณะกรรมการฯ ได้จัดทำเอกสาร พยานหลักฐานเสนอนายกรัฐมนตรี 4,733 แผ่น ประกอบด้วย เอกสารการตั้งงบประมาณสิ่งก่อสร้างและรถพยาบาล มีความผิดพลาดมาก การกระจายตัวไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมและราคาที่สูงเกินสมควร และมีพฤติกรรมบางประการที่ส่อเจตนาการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หากไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องแทนที่จะทำให้ไทยเข้มแข็งสมเจตนารมณ์ กลับจะทำให้ประเทศชาติอ่อนแอลง โดยในเรื่องงบประมาณสิ่งก่อสร้างนั้นมุ่งเน้นการสร้างความเจริญในตัวจังหวัดแทนที่จะกระจายสู่อำเภอรอบนอก ทำให้ช่องว่างของคุณภาพบริการสาธารณสุขระหว่างตัวจังหวัดและอำเภอกว้างขึ้น” นพ.บรรลุ กล่าว

   

ประธานคณะกรรมการฯ เผยอีก ว่า เรื่องดังกล่าวสร้างทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเพิ่มความเสี่ยงระหว่างเดินทาง รวมถึงมีการกระจุกตัวในบางจังหวัด  ในลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา เช่น จ.ราชบุรี มีโรงพยาบาลระดับจังหวัดอยู่แล้วถึง 3 แห่ง และยังมีโรงพยาบาลศูนย์อีก 1 แห่ง ขณะที่บางจังหวัดที่ขาดแคลนกลับได้รับการจัดสรรน้อย ในด้านครุภัณฑ์การแพทย์ มีการจัดซื้อสิ่งไม่จำเป็นและราคาแพงจำนวนมาก ซึ่งล้วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้นถือเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และยังเป็นภาระในการบำรุงรักษาในอนาคต โดยครุภัณฑ์บางอย่างหน่วยงานไม่ได้มีความต้องการและขอมา แต่กลับจัดสรรไปให้โดยส่อเจตนาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

   

นพ.บรรลุ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นงบประมาณส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่สิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์การแพทย์โดยงบประมาณสำหรับการสร้างและพัฒนาบุคลากรไม่ได้  สัดส่วนทำให้ใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มค่า โดยสาเหตุของความบกพร่องผิดพลาดประกอบด้วยข้าราชการประจำอ่อนแอ ปลัดและรองปลัดกระทรวงขาดความรับผิดชอบ ปล่อยปละละเลยให้เป็นภาระของสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค ทั้งนี้การที่ผู้บริหารระดับสูงไม่เป็นผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่และไม่มีเกณฑ์วางไว้จึงทำให้งานไม่มีระบบ ใครจะของบประมาณอย่างไรก็ได้ และเป็นการตามใจผู้มีอำนาจ นอกจากแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและความรู้ความสามารถ ยังส่อเจตนาไม่สุจริตเพื่อให้มีการกระทำตามใจชอบเปิดใจให้มีการทุจริตด้วย

   

“สำหรับนายวิทยา แก้วภราดัย รมว. สาธารณสุข ไม่อาจปัดความรับผิดชอบในความบกพร่องและการเปิดช่องทางให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขได้ ส่วนนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการไทยเข้มแข็งและไม่ได้ดูแลสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แต่มีพฤติกรรมก้าวก่าย ล้วงลูก กดดัน ให้มีการจัดสรรเงินงบประมาณเกินจำเป็นลงพื้นที่ของตน รวมทั้งน่าเชื่อว่าอาจพัวพันเรื่องการฮั้วรถพยาบาลด้วย” นพ.บรรลุ กล่าว

   

นพ.บรรลุ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วมีข้อเสนอให้ทบทวนการพิจารณาโครงการใหม่ทั้งหมด ทั้งรายการสิ่งก่อสร้าง รายการครุภัณฑ์การแพทย์ และรถพยาบาล ทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงและกรมอื่น โดยเฉพาะกรมการแพทย์รวมทั้งโครงการพัฒนาบุคลากร ซึ่งต้องได้สัดส่วนเหมาะสม ทั้งนี้ควรดำเนินการโดยมุ่งคุณภาพโดยปลัดกระทรวงฯ จะต้องลงมาเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง มีหลักเกณฑ์และวิธีการอย่างสมเหตุสมผล โปร่งใส ใช้บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และควรมีการสอบสวนข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ยังรับราชการและเกษียณอายุไปแล้วเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

   

ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ต้องพิจารณาดำเนินการกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องตามกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะข้อ 2 ที่เน้นให้ยึดถือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัดและข้อ 9 ที่ระบุว่าความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นมีมาตรฐานที่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย

   

เมื่อถามว่าจะส่งเรื่องนี้ไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาต่อหรือไม่ นพ.บรรลุ กล่าวว่า บางเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องก็ส่งไป หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องไหนควรส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาสามารถทำเรื่องแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการต่อก็สามารถส่งมาได้ ส่วนความรับผิดชอบของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถึงขั้นลาออกหรือไม่นั้นก็แล้วแต่กรณี เมื่อถามว่ามาตรการลงโทษที่นายกรัฐมนตรีได้รับปากจะมีความชัดเจนหลังปีใหม่ใช่หรือไม่ นพ.บรรลุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่าในส่วนโครงการ ไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้นายกฯ ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่เลยหรือไม่ นพ. บรรลุ กล่าวว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการฯให้รื้อใหม่หมด ทำให้มีหลักมีเกณฑ์ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการล้วงลูกซึ่งเป็นการสั่งการโดยตรงของนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตเลขานุการ รมว.สาธารณสุข ไปที่สำนักบริการสาธารณสุขภูมิภาค ซึ่งอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขนำมาให้เอง

    

เมื่อถามว่าในส่วนของนายมานิต มีหลักฐานอะไรที่สามารถเชื่อมโยงกับการ ทุจริตการจัดซื้อรถพยาบาลได้บ้าง นพ.บรรลุ กล่าวว่า เรื่องรถพยาบาลได้มีการเสนอข่าวว่ามีการฮั้วการประมูล คณะกรรมการจึงเข้า ไปตรวจสอบพบว่ามีการนัดรับประทานอาหาร เพื่อหารือกันระหว่างผู้จัดสรรงบประมาณกับบริษัทล็อบบี้ยิสต์ โดยในวงรับประทานมีนายมานิต นางศิริวรรณ ร่วมอยู่ด้วย ทำให้เราเชื่อว่ามีการฮั้วการจัดซื้อรถพยาบาล ส่วนการสืบสวนเรื่องนี้เป็นเรื่องยากเพราะยังไม่ได้มีการทุจริตเพียงแต่ทำการคิด การที่จะร้อยเรียงว่าได้ทำการคิดจริงหรือไม่ต้องใช้เวลา มันไม่เหมือนกับที่บอกว่าเขาซื้อแล้วแพงมันเป็นเรื่องง่าย เดิมตนนึกว่าสอบสวน ภายใน 1 เดือนเสร็จ แต่ทำไปทำมาไม่เสร็จเพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก การที่จะไปบอกว่าคุณทำผิดโดยไม่มีรายละเอียดมันไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา

    

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายวิทยาและนายมานิตไม่ลาออก แต่จะขออยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อแก้ตัวในข้อ กล่าวหาต่าง ๆ นพ.บรรลุ กล่าวว่า ก็ช่วยไม่ได้ ผมขอเรียนง่าย ๆ ว่า ท่านทั้งหลายเชื่อผมเถอะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ส่วนการสืบสวนขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีที่จะลงไปสอบสวน ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีมีวิจารณญาณในการสอบสวนเรื่องนี้ได้เราจะไม่เข้าไปชี้นำ

    

นพ.วิชัย โชควิวัฒน เลขานุการคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ในรายงานระบุไว้หมดว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบมีใครบ้าง อาทิ ข้าราชการประจำที่มีชื่อชัดเจนมีทั้งหมด 8 คนประกอบด้วย 1.อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข 2.อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข 3.ผอ.กองแบบแผนและเจ้าหน้าที่กองแบบแผน ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วบางส่วน ซึ่งมีส่วนในการกำหนดราคากลางของสิ่งก่อสร้างที่มีราคาสูงเกินความสมควรไปมาก 4.อธิบดีกรมการแพทย์ 5.ผู้อำนวยการสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค 6.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข 7.ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ 8.ผู้ตรวจราชการเขต 6

 

นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ส่วนข้าราชการการเมือง ประกอบด้วย 1.นายวิทยา ผิดพลาดบกพร่องส่อเจตนาไม่สุจริต และเปิดช่องทางให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ 2.นายมานิต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ สั่งการก่อสร้างโดยเฉพาะการก่อสร้างโรงพยาบาลใน จ.ราชบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเครื่องพ่นฆ่ายุงและรถพยาบาล 3.นางศิริวรรณ อดีตเลขานุการรัฐมนตรี 4.นพ.กฤษฎา มนูญ วงศ์ อดีตที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการมีส่วนพัวพันการจัดซื้อเครื่องยูวีแฟน เป็นต้น

   

ต่อมานายวิทยา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนแปลกใจกับผลการสอบสวนครั้งนี้ เพราะในวันที่ตนได้ชี้แจงกับคณะกรรมการฯนั้นทางนพ.บรรลุ ได้แจ้งว่าตนไม่อยู่ข่ายที่น่าสงสัย แต่ผลการสอบสวนกลับออกมาระบุว่าส่อไปในทางทุจริต ถือเป็นการกล่าวหาตนเสียหายรุนแรงและเป็นข้อกล่าวหาทางการเมืองที่ร้ายแรง ตนหนักใจกับการกล่าวหานี้เพราะตนเป็นจำเลยสังคมทันที อย่างไรก็ตามตนขอดูรายละเอียดผลการสอบสวนที่ชัดเจน  รวมทั้งจะดูเทปบันทึกการประชุมในวันที่ตนไปชี้แจงด้วยคาดว่าคงจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่ในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ตนจะเข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องกับนายกรัฐมนตรีก่อน

   

“ผมจะไม่สร้างภาระให้กับนายกรัฐมนตรีและไม่อยากให้สื่อมวลชนกดดันว่าผมต้องยอมรับฟังคณะกรรมการทั้งหมด ยอมรับว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดแรงเสียดทานแน่นอน ผมถึงต้องการคำตอบว่าทำไมเขาถึงรังเกียจ ไม่อยากให้ผมอยู่กระทรวงนี้ ที่นี่มีอะไรกันมากหรือ ถ้ามีการทุจริตกันจริงและผมรู้เห็นด้วยอย่างนั้นผมต้องรับผิดชอบ ถ้าผมผิดผมต้องรับผิดชอบ ถ้ากรรมการผิดกรรมการก็ต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่าผมจะ  ไม่ทำพรรคและรัฐบาลเสียหาย แต่ผมต้องการข้อเท็จจริงและยืนยันโครงการไทยเข้มแข็งยังไม่ได้จ่ายเงินสักบาท” รมว.สาธารณสุข กล่าว

   

เมื่อถามว่าปัญหามีเกิดขึ้นเป็นเพราะการทำงานในกระทรวงที่มีคนพยายามเขี่ยการเมืองให้พ้นจากกระทรวง นายวิทยา กล่าวยอมรับว่า ตนมีความรู้สึกอย่างนั้นแต่ไม่ทราบว่ามีปัญหาเพราะไม่เคยล้วงลูกระบบราชการและไม่คิดล้วง เราให้เกียรติทุก  คนเวลาทำงบประมาณ 8 หมื่นกว่าล้านข้าราชการก็ช่วยกันทำ

   

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขา ธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตไทยเข้มแข็งได้ส่งรายงานการสอบสวนให้แก่นายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้สังคมและสื่อมวลชนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียดของการสอบสวนให้สังคมได้รับทราบ สำหรับการเดินหน้าต่อของโครงการไทยเข้มแข็งต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ควรจัดตามยุทธศาสตร์สุขภาพของประเทศ ไม่ใช่จัดตามพื้นที่ของนักการเมือง และต้องปรับลดราคาที่แพงเกินจริงใหม่ทั้งหมด ต้องปรับเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการที่มีคนนอก กระทรวงสาธารณสุขที่สังคมให้ความเชื่อถือเช่น อาจารย์อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ เป็นต้น

   

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า อยากจะฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติก่อนการเมืองภายในพรรคและความอยู่รอดของรัฐบาล เพราะสังคม  จะได้จารึกว่าท่านคือผู้ดำเนินการอย่างจริงจังกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศไทย  ที่เรื้อรังมานาน เหมือนที่เคยจารึกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีชื่อ ชวน หลีกภัย ได้เคยตั้งนพ.บรรลุ ศิริพานิช เพื่อสอบสวนทุจริตยาปี 2540 จนทำให้นายรักเกียรติ สุขธนะ เข้าคุก และนั่นคือสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างนักการเมืองทั่วไปกับรัฐบุรุษ

   

ต่อมานายมานิต กล่าวว่า ขอหารือนายวิทยา ก่อน ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีรายละเอียดผลสอบ อย่างไรก็ตามคงไม่ถึงขั้นต้องลาออก เพราะโครงการไทยเข้มแข็งยังไม่มีการทุจริตเป็นตัวเงิน ส่วนผลสอบที่ระบุว่าตนล้วงลูกโดยเข้าไปบีบเพื่อให้งบประมาณลงพื้นที่ตนเองนั้น อยากเรียนว่าเวลาลงพื้นที่พบชาวบ้านตนไม่สามารถบอกปัดเรื่องที่มีการร้องเรียนหรือเสนอขอเข้ามาได้ เพราะใคร ๆ ก็ทราบว่าตนเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นจึงเพียงแต่นำเรื่องที่ชาวบ้านขอมาเสนอเท่านั้น ซึ่งจะมีหน่วยงานและขั้นตอนพิจารณาอยู่ เช่นเดียวกับกรณีการจัดซื้อรถพยาบาลฉุกเฉินที่ระบุว่าตนมีส่วนการฮั้วนั้นในฐานะที่รับผิดชอบดูแลสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินก็มีการหารือพูดคุยเกี่ยวกับสเปกรถพยาบาลเท่านั้น

   

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดในเรื่องนี้ก่อน เพราะยังไม่ทราบรายงานผลการสอบสวนแต่ในฐานะปลัดกระทรวงสาธารณสุขนั้น หากมีข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดูว่าเป็นข้าราชการระดับใด และจะดำเนินการอย่างไร อีกทั้งการตั้งคณะกรรม การสอบวินัยข้าราชการนั้นก็มีระเบียบหลักเกณฑ์ปฏิบัติอยู่แล้ว สำหรับในส่วนข้าราช การเกษียณก็เช่นกันก็ต้องดูรายละเอียดก่อนอย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการไทยเข้มแข็งขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาทาง รมว.สาธารณสุข ไม่เคยเข้ามาล้วงลูกแต่อย่างใด

    

นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ค่อนข้างงงและไม่คิดว่าตนเองจะมีรายชื่อผู้ที่มีปัญหาในโครงการไทยเข้มแข็งเพราะการดำเนินโครงการในส่วนกรมการแพทย์เป็นไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะการประมูลก่อสร้างเป็นไปตามระเบียบมั่นใจว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะการจัดซื้อครุภัณฑ์ทั้งหมดยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น คงต้องดูท่าที รมว.สาธารณสุข ในฐานะเจ้ากระทรวงก่อนว่าจะมีการฟ้องกลับหรือไม่

   

ต่อมาเวลา 21.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องผลการสอบทุจริตว่า ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่กรณีที่เกิดขึ้น คนแรกที่จะต้องรับผิดชอบคือเจ้าตัว อย่างกรณีปลากระป๋องเน่า ที่นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ  มนุษย์ ได้แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งทันทีที่เกิดเรื่อง อย่างไรก็ตามในกรณีตนไม่รู้สึกเป็นห่วงหรือกังวลแต่อย่างใด.

 วิทยา ไขก๊อกพ้นสธ.ลั่นไม่ได้โกงแม้แต่บาทเดียว

วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 10:45 น.  ข่าวสดออนไลน์
ยื่นหนังสือนายกฯ พรุ่งนี้

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า เพื่อรับผิดชอบต่อประชาชน หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการ "ไทยเข้มแข็ง 2555" ที่มีนายแพทย์บรรลุ ศิริพาณิชเป็นประธาน สรุปผลสอบว่า รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขส่อเจตนาไม่สุจริตในการอนุมัติโครงการ โดยจะยื่นให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค.) อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนไม่ได้โกงเงินในโครงการนี้แม้แต่เพียงบาทเดียว และยอมรับว่าข้อกังขาของประชาชน กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลจึงตัดสินใจลาออก

 

     "ผมยืนยันว่าโครงการไทยเข้มแข็งซักบาทเดียวก็ยังไม่ได้อนุมัติงบให้ใคร เราดำเนินตามกระบวนการด้วยความระมัดระวัง ประชาชนทุกคนไม่ต้องกังวล แต่เมื่อผลสอบออกมาว่าผมบกพร่อง ผมจะขอรับผิดชอบต่ออารมณ์และความรู้สึกของประชาชน วันนี้คณะกรรมการบอกว่าผมบกพร่องผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบต่ออารมณ์ความรู้สึกของประชาชน"นายวิทยา กล่าวและว่า ในส่วนของนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข จะตัดสินใจอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนตัวของนายมานพเอง ทั้งนี้ตนยืนยันจะทำหน้าที่ของส.ส.ต่อไป พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบได้ในทุกโครงการ

 

     ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 08.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ต่อเรื่องดังกล่าวว่า ขอคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก่อน แล้วจะแถลงทีเดียวในเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

     เมื่อถามว่าแสดงว่ามีการตัดสินใจเอาไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ยัง เดี๋ยวรอให้คุยกับนายกฯก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุย เมื่อถามว่าการคุยกับนายกฯนั้นจะมีนายมานิต นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข ร่วมด้วยหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า คงไม่ใช่ เป็นเรื่องของตนที่ต้องดูเอกสารที่คณะกรรมการเขายื่นมา เพราะตนยังไม่เห็นเอกสาร อ่านแต่จากข่าวเท่านั้น เมื่อถามว่ามีอะไรในใจที่อยากจะพูดหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยพูด

 

 




ข่าวฟ้องร้องในวงราชการ

ทศพรสอบวินัยร้ายแรง อดีตบิ๊กมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กรณีจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้างศูนย์กีฬา article
6บิ๊กสปช.เฮศาลปกครองสั่งถอนคำสั่งปลด-ไล่ออก? article
ศาลปกครองสั่งเพิกถอนคำสั่งผบ.ตร.-มติ ก.ตร.ให้ “ พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์” ออกจากราชการปี 50 ไม่ชอบ ระบุ มติ ป.ป.ช.เป็นการใช้ดุลยพินิจที่ผิดพลาด
ป.ป.ช. มติเอกฉันท์ ชี้มูล ′เสถียร′ ร่ำรวยผิดปกติ เล็งส่งอสส.สัปดาห์หน้า ส่งศาลยึดทรัพย์ 296 ล้าน article
ศาลแพ่งสั่งทรัพย์ 46 ล้าน "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ตกเป็นของแผ่นดิน article
ปปช.-อัยการ ส่งฟ้อง'จุฑามาศ'รับสินบน article
ศาลอุทธรณ์สั่งให้รับฟ้อง"ธาริต"ย้ายลูกน้องไม่เป็นธรรม! article
มติเอกฉันท์ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีต อธิบดีกรมการปกครอง-119 คน โกงสอบเข้า โรงเรียนนายอำเภอ article
ป.ป.ช.รับฟ้องแต่งตั้งไม่ชอบ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขรก.ฟ้อง”นาย” เอาผิดกราวรูดตั้งแต่ผู้ว่าฯยันหัวหน้าก.ก. article
เตรียมตั้งกรรมการสอบวินัยกรรมการจัดซื้อฯรถเรือดับเพลิงฉาว article
ฟันข้าราชการโกงแวตเพิ่ม2คน article
ข้าราชการ กรมการปกครองผวา รอ 4 ปี พิษทุจริตสอบเข้า "นอ." article
พิษคำสั่ง ก.พ.ค. กทม.บานปลายถึงขั้นฟ้องเอาผิดทางอาญา article
ศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาดแต่งตั้งรองผบ.ตร.ปี2552ไม่ชอบกฎหมาย article
สั่งซี8 คดีช่วย'หญิงอ้อ'กลับคลัง เงินเดือน5หมื่นย้อนตั้งแต่17 ก.ย ปี2549 article
อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาการเมืองตัดสินจำคุก "ประชา มาลีนนท์" 12 ปี คดีทุจริตซื้อรถดับเพลิงกทม article
ป.ป.ช. ลงดาบอดีตเลขา ปรส. article
ปลัดคลังชี้จนท.18รายเอี่ยวโกงแวต4พันล. article
ไล่ออก3สรรพากร ' article
ตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่กรมศุลฯเอี่ยวรถหรู article
เส้นทาง “หมอเลี้ยบ” อดีตรมต.ไอซีที สู้คดีเอื้อชินคอร์ป article
เด้งขนส่งจังหวัดศรีสะเกษเข้ากรุ “ชัชชาติ” ปัดไม่รู้นักการเมืองมีเอี่ยว สั่งตรวจข้อมูลย้อนหลังทั่ว ปท. article
ฎีกากลับ จำคุก 3 ปี ปรับ 2 หมื่น อดีตประธาน คตง.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ article
คุก 2 ปี ผอ. เตรียมอุดม ถูกลูกน้องเก่าฟ้อง มาตรา 157 ไม่รอลงอาญา article
สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิการฯมมส หลังสตง.ชี้มูลทุจริต′สร้างตึก′ 88ล้าน ′อักขราทร′ไขก๊อก article
ป.ป.ช. เชือดใหญ่ "รองอธิบดี-30 ข้าราชการ”กรมพัฒนาฝีมือฯทุจริตซื้อต้นไม้ 69 ครั้ง article
พิษทุจริตซูโดฯ สั่งเด้ง! 5 ขรก.สธ.ผิดวินัยร้ายแรง article
จับตาพักราชการปลัดกทม.คดีต่อสัญญาBTS article
ศาลปกครองสั่งคัดเลือกรองเลขาธิการ ส.ป.ก.ใหม่ article
ศาลปกครองสั่งคืนตำแหน่งปลัดมทให้พีรพล' article
คุก 2 ปีอดีตกกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเอง article
อดีต ผบ.ดีเอสไอฟ้อง"ธาริต"กลั่นแกล้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม เตรียมฟ้องแพ่ง เรียก 10 ล้าน 19 ต.ค.นี้ article
ถูกไล่ออกเพราะออกบัตรประชาชนให้หญิงสาวที่สวมตัวแทนชายเจ้าของบัตร article
ศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนคำสั่งปลดศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์”อดีตอธิบดีกรมสรรพากร article
สุพจน์ยังมี ภาค 2 ว่าด้วยเงินฝากในบัญชีธนาคาร ที่ดิน อาคาร รถ และทรัพย์สินอื่น" article
คดีตัวอย่าง ขายหนังสือในอีเบย์เจอคดีเรียก 18 ล้าน นศ.ไทยโดนฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ article
ศาลปกครองสั่งคุ้มครองคดี ข้าราชการดีเอสไอ ร้อง “ธาริต” ประกาศชื่อ ขรก.3 ประเภท article
ราชทัณฑ์สั่งให้ออก 3 จนทเรือนจำรัตนบุรี พัวพันขบวนการค้ายาเรือนจำ ศูนย์กลางเครือข่ายใหญ่ที่สุด article
อภัยโทษ‘ศุภรัตน์-ทิพาวดี’พ้นผิด article
ดีเอสไอพบข้าราชการ ปภ.10ราย ส่อผิดทุจริตถุงยังชีพ article
พงศ์โพยมเกษียณเกิน180วันพ้นผิดวินัยจัดซื้อซีซีทีวี article
เตือนข้าราชการ จำคดีคลองด่านเป็นบทเรียน article
ศาลจำคุก27ปีนักบัญชีสภาพัฒน์ยักยอกเงิน article
ฎีกายกฟ้องอดีตผู้ว่าหนองคายเรียกเงินซี8 article
ฟันวินัยร้ายแรง กรรมการประเมินเรียกรับเงินตรวจผลงานวิชาการ article
ป.ป.ช.ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำท่วม และเรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพทุจริต article
พักงานนายก อบต.หนองแวง เซ่นคดีรีดสินบนครู เหยื่อวอนประชาชนช่วย จับตาทีมตรวจสอบ article
ศาลฎีกาสั่งรองอธิบดีอัยการแพ่งธนบุรีจ่ายภาษีค่ารถประจำตำแหน่ง! article
อุทธรณ์ยืน ยก เสรีพิศุทธ์ฟ้อง ข่าวสด มติชน" ชี้ติชม-ไม่หมิ่น article
ศาลรับฟ้อง อดีต อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นโจทก์ฟ้องปปช article
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ฟ้องอาญาศศิธารา article
ศาลรับฟ้องคดีชุดสอบวินัยประพฤติมิชอบ article
ร้อง "ศศิธารา"งุบงิบเงินหลวง-เล่นพวก article
'จารุวรรณ'มึนป.ป.ช.ชี้มูลผิดอาญาอนุมัติงบขรก.สัมมนา article
พิษคำสั่งก.พ.ค. กทม.บานปลายถึงขั้นฟ้องเอาผิดทางอาญา article
ป.ป.ช.ชี้มูลเชือด จุฑามาศ อดีตผู้ว่าฯ ททท. คดีสินบนข้ามชาติ 60 ล้าน ลูกสาวติดบ่วงผู้สนับสนุน article
ศาลปกครองสูงสุด สั่งคืนเก้าอี้ จาดุร อภิชาตบุตร ตอกลิ่มนายกฯ ใช้อำนาจไม่ชอบ article
ป.ป.ช.ส่งทนายยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาคดีซื้อรถ-เรือดับเพลิงกทม. article
อุทธรณ์จำคุก 10 ปี อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า ทุจริตซื้อเรือขุด article
ดีเอสไอแกะรอยเส้นทางเงินทุจริตยาข้าราชการ. article
ศาลพิพากษาจำคุกนายกอบจ.อุดร article
เปิดผลสอบ ปปชหมอประกิตพ้นผิด หลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำสัญญากับ สสส. article
สกอ.ชะลอเรื่องตั้งอธิการใหม่ หลังร้องเรียนการสรรหา article
จุติ ชง ครม. ฟ้องแพ่ง-อาญา อดีตนายกฯ-รมต-ข้าราชการแก้สัญญามือถือ article
ศาลปกครองไม่รับคำขอทุเลาคดี "มงคล"
อำเภอสามง่าม ถูกร้องอันดับ1 จาก ข่าวสดรายวัน
รวมข่าวครม.นำเรื่องการคืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเข้าหารือ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 article
ป.ป.ช. ชี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต article
ปปชฟัน'สุรพงษ์'ตั้งกก.สรรหาบอร์ดธปท.มิชอบ article
ยื้อคืนเก้าอี้'วงศ์ศักดิ์' ปลัดมท.ตั้งกก.ศึกษา กพค.ไล่บี้ทำตามมติ article
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 5 ปี ประวัติ ถนัดค้า อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ รับสินบนปล่อยอายัดไม้สาละวิน article
10 ปี ศาลปกครอง ทะลุ 62,794 คดี ท่านประธานฯ 7 วัน/สัปดาห์ นอนวันละ 4 ชั่วโมง article
ป.ป.ช.โต้ข้ออ้าง"รังสรรค์-พวก" ยันชี้วินัยกรณีอาคารชอบแล้ว article
ป.ป.ช. ฟันสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แจ้งทรัพย์สินเท็จ article
ป.ป.ช.ชำแหละ"กทช."ประมูล 3 Gจ้างที่ปรึกษา64ล้านไม่คุ้มค่า มึน!โรดโชว์แต่ออกเกณฑ์บริษัทต่างด้าว article
ก.ต.ไล่ออกผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ article
ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษา ให้สภามหาวิทยาลัยชนะ ผศ.เล็ก ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยมี ผศ.ดร.วิลาศ พุ่มพิมล เป็นผู้ฟ้อง สภามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เป็นผู้ถูกฟ้อง article
เปิดผลสอบคอมพ์ฉาวมท.ถือมือนายกฯเชือดนักการเมือง-บิ๊กขรก. article
กทมไล่ออก ข้าราชการผิดวินัยร้ายแรง 31 ราย article
ป.ป.ช. เชือดร้ายแรง10 ตร.รีดส่วยรถบรรทุกโยงคดีนักการเมืองลำปางฟอกเงินยาเสพติด article
ศาลปกครอง สอยระดับ9กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ2 รายกลับที่เดิม เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งสมัย"เสน่ห์ จามริก"ไม่ชอบ article
เปิดคำร้องก.พ.ค.ของ"วงศ์ศักดิ์" ระบุ"คณะทำงาน มท.1" บงการ คอมพ์ฉาว3.5พันล.ปมสกัดตั้งปลัดมหาดไทย article
ป.ป.ช.เชือดอาญา-วินัยร้ายแรงอดีตบิ๊กการท่าเรือกับพวกทุจริตประมูลขนถ่ายตู้สินค้าแหลมฉบัง article
ฟ้อง ดร.พิจิตต รัตตกุล เอี่ยวอดีตปลัด กทม.ซื้อที่ตาบอด article
2ปลัดอำเภอยืนยันบริสุทธิ์ไม่เคยทุจริตสอบ เผยบางส่วนใน142คนจำนนหลักฐาน เตรียมแฉแหลกจ่ายค่าหัว article
กลาโหมพิลึกปปชฟันพลเอกทุจริตประมูลวิทยุทหาร เงื้อง่าค้าง7ปี "กฤษฎีกา"ชี้ถอดยศได้เลย article
ศาลปกครองถอนคำสั่ง"หญิงเป็ด"แต่ตั้งไม่ชอบ
ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักนายกฯแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก รมว"ไอซีทีหมิ่นประมาท"เมียหมอเลี้ยบ"เปิดอาบอบนวดไม่ต้องเสียภาษี รอลงอาญา 1 ปี
เปิดสำนวนในมือ ป.ป.ช. "บิ๊กการเมือง" ถูกกล่าวหาเพียบ ! article
สตง.พบกทม.ฉาวอีกก.ก.ตรวจรับงานมั่ว article
ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน”ระนองรักษ์" article
เปิดสำนวน ป.ป.ช.ยกคำร้อง"ชาญชัย แสวงศักดิ์"ตุลาการศาล ปค.สูงสุด พ้นผิดคดีผลประโยชน์ทับซ้อน article
“ป.ป.ช.” แจ้งข้อกล่าวหา ““จุฑามาศ” แล้ว “เมธี” โว หลักฐานมัดตัวของ “ไทย” เจ๋ง กว่าของ“มะกัน”
ศาลปกครองชี้มติ ป.ป.ช.เบ็ดเสร็จ"ก.พ." ไม่อาจเปลี่ยนฐานความผิดให้ "อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์" ได้ article
ศาลปกครองชี้สมคิด หอมเนตรไม่มีสิทธิฟ้องรมว.สธ.วิจัยวัคซีนในมนุษย์ article
ป.ป.ช.มีมติฟันวินัยร้ายแรงหมอวิชัย โชควิวัฒน์เบิกค่าน้ำมันรถหลวงผิดระเบียบ
ป.ป.ช. เชือด"คิม ไชยแสนสุข"อธิการบดีม.รามคำแหง article
ป.ป.ช.ฟันอาญา-วินัย อดีตผู้ว่า รฟท-พวกกว่า10 คนคดีทุจริตแอร์พอร์ตลิงค์ "สุริยะ"หลุด article
ลอกผลงาน โทษ2เด้ง ไล่ออกแถม ถอดตำแหน่งวิชาการ article
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนให้วิศวกรฯกรมทางหลวงออกจากราชการฐานเรียกรับเงินจากผู้รับเหมา article
คุกหมอวิชัย1ปี คดี'ปาเจโร่' ปรับเงิน6.5ล้าน
9 ปี ศาลปกครอง เผยพิจารณาคดีไปแล้วกว่า 4 หมื่นคดี ฟ้องร้องเรื่องบริหารงานบุคคล ครองแชมป์
ป.ป.ช.เชือดวินัย-อาญา นายก อบต.กับพวกยกพวง26คนทุจริตสอบเข้า พนง.ท้องถิ่น-เรียกเงินหัวละ4แสน
เรียกค่าเสียหายหลายร้อยล้าน"2บิ๊ก"ทศท.หลังป.ป.ช.ฟันวินัย-อาญาทุจริตพิมพ์สมุดโทรศัพท์เอื้อ"ชินวัตร" article
ศาลปกครองสั่งดีเอสไอคัดเลือกพนง.สอบสวนฯใหม่ ชี้อธิบดีไร้อำนาจในการแต่งตั้งบุคคล article
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ออกโรงแจง"ป.ป.ช."ไร้อำนาจเรียก"ผู้พิพากษา"สอบระหว่างคดีอยู่ในศาล article
ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ ฟัน"ป่าเหนาะ"ทุจริตที่ดินอัลไพน์ ฮุบธรณีสงฆ์ให้บ.ครอบครัว โทษหนักถึงประหารชีวิต article
สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการแจ้งจับ"จารุวรรณ-รองผู้ว่าสตง." ไม่เข้าชี้แจง-ส่งข้อมูลให้ กวฉ.ฝ่าฝืนกฎหมาย โทษคุก3เดือน article
สตง.ฟันคน"สรรพากร"ส่อทุจริตซื้อรถตู้ 8คันราคาสูงกว่างบ 6.4แสน เข้าข่ายล็อคสเปคเอื้อบางยี่ห้อ article
ปลัดไพจิตร์เครียดถูกตั้งกรรมการสอบ article
มหาวิทยาลัยรามคำแหงลองของป.ป.ช. เลียนแบบก.ตร. article
ฟ้องพลตท สมคิด แหวนมัด อุ้มฆ่า"อัลรูไวลี่" article
คดีผู้บริโภคพุ่ง 3.5 แสนคดี ผู้บริโภคโดนฟ้องอ่วม สินเชื่อบุคคลอันดับ1ชี้กลไกบกพร่องชาวบ้านเสียเปรียบ article
เปิดข้อมูลกฤษฎีกาไม่รับพิจารณา สำนักงานสลากหารือล้มสัญญาหวย article
ปปชแจงคืบหน้า5เรื่องใหญ่ ชี้ชะตา "จุรินทร์"คดีทุจริตยางฯเดือนนี้ article
ปี2552ยอดฟ้องศาลยุติธรรมพุ่งทะลุ 1.2ล้านคดี โพสต์ทูเดย์วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 article
ศาลปกครองกลางพิพากษา ท่าอากาศยานไทย แพ้คดี เลิกจ้าง “เทอดศักดิ์” นั่งเก้าอี้เอ็มดี สั่งจ่ายกว่า 20 ล. article
ตำรวจฉาวปลอมเอกสารเบิกเงินกว่า 15 ล้าน แฉสอบกว่า 15 ปี กรมบัญชีกลางจี้ใช้คืนรัฐ article
มวยล้มที่การบินไทย โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ article
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้นิพัทธพุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ชดใช้ ธนาคารออมสิน534 ล้าน สั่งซื้อหุ้นบีบีซีพลการจนเจ๊งยับ
เปิดคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด คดีระงับ 76 โครงการ article
ฟ้องศาลโละกฎ ก.ค.ศ.เฟ้นผู้แทนครู article
เตรียมตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐรับจ้างเป็นแก๊งทวงหนี้โหด article
ปปช.ฟันชุมพล กาญจนะซุกหนี้ article
ลุยคดีซื้อจักรยานยนต์ตำรวจพันล้าน บุกค้น2คฤหาสน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ -พ.ต.อ.รวมนคร" article
อัยการยื่นฟ้องประธาน และ อดีตเลขาผู้ตรวจการรัฐสภา article
ร้องอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขโยกทิ้งทวนผิดกฎหมาย article
เกมสู้คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า article
ป.ป.ช.เผยเรื่องสำคัญ สอบ เจ้าหน้าที่รัฐระดับบิ๊ก11 คดี-"คุณหญิงจารุวรรณ" โดนด้วยกรณี"ตั๋วฟรี"การบินไทย article
สั่งย้ายฟ้าผ่า ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่นเขต 3 article
ป.ป.ช. สั่งเชือดข้าราชการ ปมรุกป่า article
สกอชนะคดีฟ้องโอเน็ตลิดรอนสิทธิ์ ศาลชี้เปลี่ยนเป็นแอดมิชชั่นชอบด้วยกม. article
ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี โกวิท ประวาลพฤกษ์ อดีตเลขาธิการการศึกษาเอกชน รับเงินเอื้อบริษัทเอกชน article
ป.ป.ช.ฟันอดีต"บิ๊ก"ธอส."ศักดา ณรงค์"ผิดวินัย-อาญาอนุมัติปล่อยกู้ให้บ้านจัดสรรเมียตัวเองนับร้อยล้าน article
ป.ป.ช.ชี้มูล2แพทย์จุฬาฯนิติเวชผิดวินัยไม่ร้ายแรง เบิกเงินค่าผ่าศพล่วงหน้าผิดระเบียบ article
สั่งปลดพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ออกจากราชการ เซ่นคดีสลายม็อบ 7 ตุลาฯ "ผบก.อุดรฯ"โดนด้วย ฐานปล่อย"แดง"ตี"เหลือง" article
ศธเชือด ข้าราชการอุตรดิตถ์ รับแปะเจี๊ยะ “ออกจากราชการ” โยก ขรก.สารคาม เข้ากรุ สพฐ.มีเอี่ยวซื้อมัลติมีเดีย article
ให้ออกครูสาวค้ามนุษย์ ระหว่างตั้งกรรมการสอบวินัยวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:07:09 น. มติชนออนไลน์ article
ศาลสั่งทุเลาการโปรดเกล้าฯ2มหาวิทยาลัย
อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ไม่ยอมรับผิดวินัยปมฉาว"นิวเคลียร์องครักษ์" ยันทำงานเต็มที่เตรียมร้องป.ป.ช. article
สั่งฟ้อง ผู้อำนวยการกองคลัง-จนท.พัสดุ ทม.พิจิตร ฐานเลือกขายซองประกวดราคาจ้างเหมา article
ปลดออก อดีตเลขาฯสำนักงานประกันสังคมพัวพันทุจริต2พันล้าน article
ป.ป.ช.กลับลำชี้วิจิตร ศรีสอ้านไม่ผิดนั่งควบรมว.ศึกษา-นายกสภา ม.เอกชน4แห่ง-สวนทางมติเดิมของตัวเอง article
ปปชลุยล้างทุจริตท้องถิ่น มีมติฟันอดีตนายกเล็กเทศบาลสุราษฎร์-อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม article
ปปช.ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง"รังสรรค์ แสงสุข" article
ศาลสั่งจำคุก2ปีวราเทพ-สมใจนึก-ชัยวัฒน์"คดีหวย ให้รอลงอาญา-ไม่ต้องชดใช้ ยกฟ้องครม.แม้ว-บอร์ดสลากฯ article
ศาลปกครองมีคำสั่งให้รับมานิต วงศ์สมบูรณ์กลับเข้ารับราชการ ในคดีทำร้ายพธม article
จำคุกสมบัติอุทัยสาง 2เดือนยื่นบัญชีเท็จแต่รอลงอาญา article
คำตัดสิน ศาลฎีกาฯยกฟ้อง44จำเลยคดีทุจริตกล้ายางฯ มติองค์คณะฯ 8ต่อ1 ชี้"เนวิน"ไม่ผิด
ย้ายจาดุร อีกคดีตัวอย่าง รวม4ตอนรายงานโดยซี12ไทยรัฐ article
เปิดสำนวนคดีประวัติศาสตร์ 7 ตุลาฯเลือด ป.ป.ช.เชือด"สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท-สุชาติ"อาญา-วินัยร้ายแรง article
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง20บิ๊กอดีตศาลรธน อดีตกกตผู้ตรวจการ คดีขึ้นเงินเดือน หลังดูสำนวนนานเกือบ2ปี article
ศาลเพิกถอนคำสั่ง'หญิงเป็ด' article
ดีเอสไอออกหมายเรียก20เจ้าหน้าที่รัฐ ทราบข้อหามีเอี่ยวทุจริตลานมัน article
ส่งสำนวนคดีซื้อหุ้นดักหน้ากบข.ให้ป.ป.ช.ฟัน"วิสิฐ-4บิ๊ก"สัปดาห์หน้า article
ชงปลดไล่ออกพระเทพวิสุทธิกวีรองอธิการบดี มมร ผิดวินัยร้ายแรง article
คุก 2 ปีรังสรรค์ แสงสุข ตั้งกรรมการปลดอาจารย์ออกจากราชการ article
ศาลปกครองไต่สวน"พีรพล"คดีร้องนายกฯโยกย้ายไม่เป็นธรรม article
ป.ป.ช.ตั้งอนุฯไต่สวน"อธิบดีกรมการปกครอง"เอี่ยวโกงสอบร.ร.นายอำเภอ หวั่นเอกสารหายขอเปิดเพียงชื่อเดียว article
อ.ก.ยืนตาม ป.ป.ช.ปลด"คุณหญิงณษฐนนท" article
ปปชตั้งอนุไต่สวน"บิ๊ก สตง."แล้ว ถูกกล่าวหาได้ตั๋วฟรีทัวร์ยุโรป แต่ทำหลักฐานเบิกค่าใช้จ่ายหลวง article
ฟันวินัยร้ายแรงพัชรวาทสลายม็อบพธม. article
โอดกทม.ถูกจับทุจริตมาก สตงสอบ๒๗เรื่อง ปปช.อีก๓๘เรื่อง article
กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาโทษทางวินัย ขรก.ประพฤติมิชอบปี 51 ทุจริตกว่า 20 ราย article
ปลดและไล่ออก ผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้-ธนบุรี อัยการพิเศษ"ผิดวินัยร้ายแรง-เรียกคืนเครื่องราชฯ article
ผลสอบวินัยวิสิฐอดีตเลขาธิการกบขฟันธงผิดระเบียบ article
เปิดผลสอบสตงกรณีทุจริต "ตลาดซันเดย์" ชงฟันอดีตบิ๊ก ร.ฟ.ท.และพวกส่อเอื้อเอกชน article
ครูบาอาจารย์ สถาบันการศึกษาก็โคตรโกง article
ศธชนะคดีคัดเลือก ผอเขตพื้นที่ฯ หลังยืดเยื้อ 3 ปี ศาลฯพิพากษายืนตามเกณฑ์ก.ค.ศ.
กรรมการสิทธิฯไล่ออกซี9ทำผิดวินัยร้ายแรง แอบเพิ่มค่าตอบแทน article
ศาลปกครองสั่งระงับสรรหาสภาเศรษฐกิจฯ article
ป.ป.ช.เผยอดีต"เลขาฯ สปส."ปิดข้อมูลคอมพ์ฉาวจน"บอร์ด"อนุมัติ พท.เชื่อนักการเมืองชักใย article
ป.ป.ช.ฟิตสอบเช่า"รถเมล์"4พันคัน อ้างกม.ให้อำนาจ สศช.มีมติรับ-มุ่งดูปม"ซื้อรถ" เชื่อเสร็จทัน30วัน article
อกพ.มีมติ ไล่ออกศุภรัตน์ พ้นปลัดก.คลัง article
สตง"พบอปท"31แห่งใช้"จีไอเอส"จัดเก็บรายได้ ไม่เกิดประโยชน์ ทำรัฐสูญนับร้อยล้าน article
แต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยที่ศาลปกครองกลางพิพากษารวม๕ตอน
ป.ป.ช.เชือด2บิ๊กปปง."พีรพันธุ์-สีหนาท" อาญา-วินัยร้ายแรงตรวจสอบบัญชีสื่อ-เอ็นจีโอ-นักการเมืองไม่ชอบ article
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามชั้นต้น สั่งเพิกถอนคำสั่ง “เสริมศักดิ์" อดีตปลัดมหาดไทย แต่งตั้งขรก.ระดับ8 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อพวกพ้อง article
ปลัดคลังโดนอีก-ร้องปปช.สอบ เลือก2ผู้บริหารบินไทย"ไม่ชอบ" article
ป.ป.ท. จ้อง 8 รัฐวิสาหกิจใหญ่ ล้วงข้อมูลลึกหลังกลิ่นทุจริต จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2418 16 เม.ย. - 18 เม.ย. 2552 article
วุฒิสภาฯส่งปปชเชือดข้าราชการกรมทางหลวงขี้ฉ้อ article
สุกิจเตรียมฟ้อง"กพ.-ศาล ปค."เชื่อมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง "ชุมพร"ไม่บ่น พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด article
ศาลปกครองให้นิด้ารับนายทหาร article
ศาลอาญาตัดสินยกฟ้องอดีตอธิบดีสรรพากรกรณีภาษี แต่ยังมีบันทึกแย้ง ต้องติดตามต่อ
สถาบันนิติวิทย์ฯฉาว ปลอมเอกสาร อ.ก.พ.ตั้งซี 9 สอบวินัย"บิ๊ก"กราวรูด "พรทิพย์"ชี้ปูดสื่อหวังดิสเครดิต
สตง.ฟันปลัดสธ.ชี้มูลความผิดคดีรถหวอ232คันดเดลินิวส์ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 08:25 น. article
ศาลปกครองยกฟ้องกรมประชาฯ สั่ง "ทีไอทีวี" จอดำ article
ปปชแจ้งผลสรุปข้อกล่าวหา คุณหญิงทิพาวดี และปลัดศุภรัตน์ article
เรื่องสำคัญที่ป.ป.ช.กำลังไต่สวน(1) article
นพ.ชาตรี พ้นผิดคดีคอมพ์ฉาว [30 ก.ย. 51 - 04:16] article
การตีความ ลูกจ้าง ตามรัฐธรรมนูญ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.