ReadyPlanet.com
dot dot
bullet33คำถามคำตอบเกี่ยวกับก.พ.ค.
bulletผังขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อกพค ขั้นที่1ถึง3
bulletผังขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อกพคขั้นตอนที่ 4 การทำคำวินิจฉัย
bulletแบบยื่นอุทธรณ์ ต่อกพค
bulletผังแสดงขั้นตอนการร้องทุกข์ต่อกพค
bulletแบบฟอร์มที่ใช้ร้องทุกข์ต่อกพค
bulletเว็บกฏหมายและพิทักษ์ระบบคุณธรรม
bulletเว็บดี300 เว็บทั้งไทยและต่างประเทศ
bulletเว็บส่วนราชการ
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.)
bulletรวมเว็บลิงค์หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ
bulletสำนักงาน ก.พ.
bulletศาลปกครอง
bulletสำนักงานศาลยุติธรรม
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletปปช
bulletปปท
bulletคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletราชกิจจานุเบกษา
bulletศาลฏีกา
bulletผู้ตรวจการแผ่นดิน
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletwww.moe.go.thกระทรวงศึกษาธิการ
bulletคณะกรรมการข้าราชการข้าราชการตำรวจ (กตร.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม(ก.ศ.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการอัยการ(ก.อ.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)
bulletคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(กพอ.)
bulletคณะกรรมการส่วนท้องถิ่น ( ก.ถ.) ก.อบจ.ก.อบต. ก.เทศบาล
bulletคณะกรรมการข้าราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ).
bulletกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สธ
bulletกพของเสหราชอาณาจักร
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมสหรัฐ
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของรัฐโอกลาโฮมา
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของออสเตรเลีย
bulletคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของครูรัฐวิคทอเรีย ออสเตรเลีย




สรุปข่าวการเมืองและสังคมไทยส่งท้ายปี2555 article

                    สรุปข่าวและเหตุการณ์สำตัญในรอบปี 2555 ด้านการเมืองและสังคมไทย

สรุป 10 ข่าวเด่นการเมือง

เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ถือเป็นธรรมเนียมที่จะมีการรวบรวมเหตุการณ์สำคัญในแวดวงการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2555 "ทีมการเมืองเดลินิวส์" ได้จัดเหตุการณ์เด่น 10 เรื่องไว้ดังนี้

 

1.เด้งฟ้าผ่าปลัด-ปลดยศ “มาร์ค”

     สายทหารดังที่สุดคือ การปลดยศ “ว่าที่ ร.ต.” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ออกจากราช การและเรียกคืนเบี้ยหวัดเงินบำนาญ เนื่องจากใช้เอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมายในการเข้าเป็นทหาร โดย “บิ๊กโอ๋” รมว.กลาโหม ยืนยันจะทำให้เร็วที่สุด แม้เรื่องยังคาราคาซังอยู่ในศาลปกครองและการย้ายด่วน พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เพราะนำเรื่องภายในองค์กรไปเปิดเผยถือเป็นครั้งแรกที่มี “เด้งฟ้าผ่าปลัดกระทรวง”

 

2.ม็อบพยาบาลบุกทำเนียบ 2 ครั้ง

 

        ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อ เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณ สุข (สธ.) ก่อม็อบใหญ่หน้าทำเนียบ 2 ครั้ง คือวันที่ 19 มิ.ย. และวันที่ 16 ต.ค. ขอบรรจุพยาบาล 1.7 หมื่นคน เป็นข้าราชการทั้งหมดและขู่หยุดงาน 3 วันหลังปีใหม่ หากไม่มีคำตอบ ร้อนถึงนายกฯ ให้ส่งตัวแทนเข้าพบ พร้อมรับปากนำเรื่องเข้า ครม. วันที่ 11 ธ.ค. จนที่สุด ครม. ก็อนุมัติตำแหน่งข้าราชการกว่า 2 หมื่นอัตรา ให้ สธ.บรรจุลูกจ้างชั่วคราว 21 วิชาชีพ ซึ่งมีพยาบาลรวมอยู่ด้วย ตั้งแต่ปี 56-58 ก็เลยจบแบบแฮปปี้ เอนดิ้ง

 

3.“รื้อ-ทุบ”รีสอร์ทรุกทับลาน

 

           ข่าวสิ่งแวด ล้อมดังสุดต้อง นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ 5,000นาย รื้อถอนรีสอร์ท-บ้านพักตากอากาศ 8 แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รอยต่อคืนวันที่ 27-28 ก.ค. 55 ทำให้นายดำรงค์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพราะไม่ฟังเสียงจากฝ่ายการเมืองที่ขอให้ยุติการรื้อถอน ก่อนคณะกรรมการฯ จะสรุปว่าการดำเนินการของนายดำรงค์เป็นไปตามคำสั่งศาล จนเกือบถูกเด้งจากอธิบดีก่อนเกษียณเพียง 2 เดือน

 

4.ค่าแรง300บ.ระเบิดเวลาลูกใหม่

             เป็นเสมือน ระเบิดเวลาลูกใหญ่ กับการขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศวันที่ 1 ม.ค. 56 แต่ค่าครองชีพก็ขึ้นตามเป็นเงาตามตัว นายจ้างแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คนงานอาจกลายเป็น “ผู้ตกงาน” แม้จะมีเงื่อนไขเอาใจนายจ้างว่าหลังขึ้นค่าแรงปี 56 จะไม่มีการขึ้นค่าจ้างอีกใน 2 ปีข้างหน้า แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยาก ตรงนี้จะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรก็เจ็บตัวทั้งขึ้นและล่อง  จึงต้องติดตามว่ามาตรการเยียวยาที่จะช่วยนายจ้าง ทั้งลดเงินสมทบประกันสังคมและการลดภาษี จะต่อลมหายใจนายจ้างไปได้สักกี่น้ำ

 

5.ศาลรธน.แช่แข็งแก้รธน.50

 

        โดดเด่นที่สุดขององค์กรอิสระต้องยกให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ของพรรคร่วมรัฐบาลต้อง หยุดชะงัก จากการตัดสิน วันศุกร์ที่ 13 ก.ค. เพราะศาลเห็นว่าการจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาร่างรัฐธรรมนูญเท่ากับว่าเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ควรต้องถามประชาชนก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ผ่านกระบวนการประชามติมาแล้ว ล่าสุดมติ ครม. วันที่ 18 ธ.ค. ได้ตั้ง คณะทำงานศึกษาแนวทางการประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 165 ก่อนกลับนำเข้ามาสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้ง ถือเป็นเรื่องร้อน ๆ ที่ห้ามกะพริบตา

 

6.ผีอัลไพน์หลอกตกเก้าอี้ “มท.1”

 

        กลายเป็นรัฐมนตรีตกสวรรค์ทันที นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ จำใจลาออกจาก “มท.1-หัวหน้าพรรคเพื่อไทย-ส.ส. บัญชีรายชื่อ” จาก ที่ดินอัลไพน์ ของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา จะฟื้นคืนชีพ พ่นพิษหลังเกิดมากว่า 40 ปี แม้ทางอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) มีมติลงโทษวินัยย้อนหลัง “ปลดออก” ช่วงที่รับตำแหน่ง ปลัด มท. ปี 45 และยังได้มี พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 50 ที่ออกมาทั้งอุ้ม ทั้งยื้อมติของ ป.ป.ช. สุดท้ายก็ไม่อาจทนกระแสได้ เพราะฝ่ายค้านจ้องเล่นงานถึงขั้นยุบพรรค

 

7.พาสปอร์ตเพื่อนาย-ใบสั่ง “ดูไบ”

  

           โดดเด่นที่สุด “สู้เพื่อนาย” ของ “เสี่ยปึ้ง” สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ กับความพยายามในการคืนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูก ส.ส.ฝ่ายค้าน ป.ป.ช. ถอดถอนออกจากตำแหน่งถึง 2 ครั้ง ทั้งการช่วยให้ได้วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น และการคืนพาสปอร์ตประเภทบุคคลธรรมดา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม แต่ผลงานเข้าตา “นายใหญ่” จนได้รับการปูนบำเหน็จ รองนายกฯ เพิ่มอีกตำแหน่ง

 

8.“ม็อบแช่แข็ง” เหล้าเก่าในขวดใหม่

 

         มาไวไปไวสำหรับม็อบ สนามม้านางเลิ้ง ของ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์ การพิทักษ์สยาม (อพส.) ขับไล่รัฐบาลภายใต้ 3 เงื่อนไข “ปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบัน- เป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี-ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น” นัดชุมนุมใหญ่แช่แข็งประเทศไทยวันที่ 24 พ.ย. ลานพระบรมรูปทรงม้า ยังไม่ทันเริ่มก็เจอต้อนรับด้วยแก๊สน้ำตา ไปเต็ม ๆ จนสุดท้าย “เสธ.อ้าย” ประกาศยุติการชุมนุมและลาตายจากการเมืองไปแล้ว ตรงนี้ถือเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่รอวันปะทุรอบใหม่ของมวลชนฝั่งตรงข้าม “ทักษิณ”

 

9.ภารกิจสุดลับว.5 โฟร์ซีซันส์

    

           วลีฮิตติดปากช่วงต้นปี 55 “ว.5 โฟร์ซีซันส์” เมื่อ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจขั้วตรงข้ามถูกทำร้ายร่างกาย ที่เจ้าตัวเชื่อสาเหตุเกิดจากไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนดังกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ไม่เข้าประชุมสภา และแจ้ง ว.5 ขอปฏิบัติภารกิจลับ แต่ไปปรากฏตัวที่ รร.โฟร์ซีซันส์ กลายประเด็นร้อนเมื่อฝ่ายค้านไปร้องเรียน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ว่าอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรม ใช้เวลาราชการเจรจาผลประโยชน์ทับซ้อน แม้คำชี้แจงยังคลุมเครือแต่ให้ยกคำร้องไม่พบผิดจริยธรรม ด้าน “นายกฯ ปู” ก็เอาคืนฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทให้เสื่อมเสียทันที

 

10.ดัน กม.ปรองดอง- ชำเรา รธน. 50

 

     สภาผู้แทนราษฎรคงหนีไม่พ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ของพรรคร่วมรัฐบาล จนผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา เตรียมโหวตวาระ 3 แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะแก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ล่าสุด ครม. ยอมถอยเตรียมทำประชามติก่อน รวมไปถึงความวุ่นวายในการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... จนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระ 2-3 เพียงแค่เสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาก็ถูก ส.ส.ฝ่ายค้าน ตีรวนชุลมุน ทั้งตะโกนด่า ผลักอก ปาแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงถือเป็นเหตุการณ์อัปยศแห่งปีของสภาไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน.

สรุปเหตุการณ์เด่นการเมือง 2555

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ : 30 ธ.ค. 2555 เวลา 11:17:27 น.

ปรับครม.ปู 3

            ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา การเมืองมีทั้งความดุ เด็ด เผ็ด ร้อน ตลอดทั้งปี ทั้งการเมืองในสภาและนอกสภา ตลอดจนการบริหารประเทศ โดยรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการปรับใหญ่ทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งการปรับ ครม.ปู 2 มีขึ้นตั้งแต่ต้นปี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555 ในครั้ง

          นั้นมีรัฐมนตรีตกเก้าอี้ถึง 10 ตำแหน่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกฯยิ่งลักษณ์ตัดสินใจ ?ยกเครื่องใหม่? เพื่อให้การทำงานมีความ ?สด? มากขึ้น แต่ที่ไม่ธรรมดากว่าการปรับ ครม.ทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะบุคคลที่เป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 หลังจากพ้นโทษเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พาเหรดกันเข้ารับตำแหน่ง ?เสนาบดี? กันพอสมควร ไล่เรียงตั้งแต่ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่รวมถึง นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ที่มารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อแน่ๆ ว่า สมาชิกอดีตบ้านเลขที่ 111 ระดับ ?หัวกะทิ? ที่เหลืออาทิ จาตุรนต์ ฉายแสง หรือ โภคิน พลกุล คงเดินตามขบวนมาอีกเพียบหลังดัน ?ดีล? แก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ

ม็อบอพส.แช่แข็งวันเดียว

       นอกจากปัญหาการบ้านอย่างปัญหาอุทกภัยใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาแล้ว ยังมีปัญหาการเมืองที่ส่งผลกระทบโดยตรงของรัฐบาลและประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและควานเชื่อมั่นของต่างชาติ เมื่อ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) นัดชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขั้นแตกหักด้วยจุดประสงค์ต้องการ ?แช่แข็งประเทศ? หรือ ?แช่แข็งนักการเมือง? ก็แล้วแต่ หากมีผู้มาร่วมชุมนุมถึง 1 ล้านคน ถึงแม้ว่าการชุมนุมของ เสธ.อ้ายจะ ?คว้าน้ำเหลวแต่ไก่โห่? แต่ทำให้รัฐบาลปั่นป่วนไม่น้อยทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่เป็นผู้บัญชาการโดยตรง ไม่เว้นแม้กระทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพราะต้องประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2552 จำนวน 3 เขต ของ กทม. ได้แก่ ดุสิต พระนคร และป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อควบคุมสถานการณ์ อีกทั้งเรียกตำรวจภูธรภาคต่างๆ 220 กองร้อย มีกำลังสารวัตรทหาร 150 นาย กอ.รมน. 200 นาย เพื่อควบคุมสถานที่สำคัญรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมาพร้อมกับข่าวลือว่า จะมีการจับตัวนายกรัฐมนตรีทำให้บ้านพักของนายกรัฐมนตรีซอยโยธินพัฒนา 3 ต้องจัดเฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์รอบบ้านนายกรัฐมนตรี

"ยงยุทธ"ไขก๊อกรองนายกฯ-มท.1-หัวหน้าพท.

            เมื่อคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย (อ.ก.พ.) มีมติให้ไล่ออกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลฐานกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ สมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวง กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ทำให้นายยงยุทธ ประกาศต่อสื่อมวลชนขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555 และต่อมานายยงยุทธแถลงลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2555

             การลาออกของนายยงยุทธมีผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยต้องสิ้นสุดลงตามข้อบังคับพรรค โดยที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2555 มีมติด้วย 322 เสียง จากผู้มีสิทธิออกเสียง 334 คน เลือกนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่อจากนายยงยุทธ และเลือกนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการพรรค

"ปู"เยือนญี่ปุ่น-สหราชอาณาจักร

          ผลพวงจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 วาระแห่งชาติที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทย ต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นโดยเฉพาะความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนการลงทุนเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 6-9 มีนาคม นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นในทุกระดับระหว่างไทยและญี่ปุ่น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัย ภายหลังวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา นอกจากนี้การเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ มกุฎราชกุมาร นารุฮิโตะ และหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสพิเศษครบรอบ 125 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น พร้อมหอบแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นอีกด้วย

            การเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนสหราชอาณาจักร ตามคำเชิญของนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน สิ่งที่นายกรัฐมนตรีปลื้มมากที่สุดก็คือจะได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 เนื่องในโอกาสที่อังกฤษได้เฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รวมทั้งการครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอังกฤษที่มีมาถึง 70 ปีในปีนี้

ซักฟอกนายกฯ-3 รมต.

       ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมลงชื่อทั้งหมด 157 คน โดยเป็น ส.ส.ปชป. 155 คน และ ส.ส.จากพรรครักประเทศไทย จำนวน 2 คน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 158 และญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 159 จำนวน 3 คน ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2555 โดยภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านพุ่งเป้าโจมตีไปที่นายกรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้นำรัฐบาลที่ปล่อยปละให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง และชาวนาไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง โครงการทุจริตในเงินงบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาท หรือโจมตีการใช้อำนาจของ พล.อ.อ.สุกำพล ที่ไล่บี้ถอดยศ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และประเด็นการเปลี่ยนทีโออาร์การจัดซื้อระบบป้องกันภัยคุกคามในโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร ระยะที่ 2 ของกองทัพเรือ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิมก็ถูกโจมตีในการไม่จริงจังในการปราบปรามบ่อนการพนัน แต่ท้ายที่สุดที่ประชุมสภาก็ลงมติให้ความไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ 308 ต่อ 159 คะแนน งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 9 ไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิม 287 ต่อ 157 คะแนน งดออกเสียง 25 ไม่ลงคะแนน 11 ไว้วางใจ พล.อ.อ.สุกำพล 284 ต่อ 160 คะแนน งดออกเสียง 25 ไม่ลงคะแนน 11 ไว้วางใจ พล.ต.ท.ชัจจ์ 284 ต่อ 182 คะแนน งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 10 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 3 คน มีคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ยังสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้

          โดยก่อนหน้าที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านได้ยื่นรัฐมนตรีจำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 2.พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ 3.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิรก รมช.มหาดไทย โดยให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง รมช.คมนาคม ซึ่งทั้ง 3 บุคคลมีข้อกล่าวหา กระทำการทุจริตและทำผิดกฎหมาย

ศึกชิงประมุขสภาสูง "สายเลือกตั้ง"คว้าชัย

       หลังจากที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ 124(4) ด้วยเหตุที่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุก แต่รอลงอาญา 2 ปี ฐานขึ้นเงินเดือนตนเองสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ตำแหน่งประธานวุฒิฯที่ว่างลงจึงเป็นขับเคี่ยวกันระหว่าง ส.ว.สายเลือกตั้งกับสายสรรหา ฝั่งเลือกตั้งมีนายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี ที่เสนอตัวเข้ามาร่วมชิงชัยก่อนวันตัดสินเพียงไม่กี่วัน ฝากสรรหามีนายพิเชต สุนทรพิพิธ น.ส.สุนันท์ สิงห์สมบุญ เข้าแข่ง ขณะที่ผลคะแนนรอบแรกปรากฏว่าไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าร่วมประชุม (จากสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด 146 คน) โดยนายพิเชต ได้ 63 คะแนน นายนิคม ได้ 46 คะแนน นายเกชา ได้ 35 คะแนน และ น.ส.สุนันท์ ได้ 2 คะแนน และตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อ 6 ระบุว่า หากไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก คือ 73 คน ให้ลงคะแนนเลือกกันใหม่ ในที่สุดสายเลือกตั้งก็ได้รับชัยชนะเหนือสายสรรหา นายนิคม ไวยรัชพานิช เป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่ ด้วยคะแนน 77 ต่อ 69 เสียง ซึ่งก่อนจะมีการเลือกประธานวุฒิฯก็มีการแบ่งทีมเดินสายล็อบบี้กันอย่างดุเดือดทั้ง 2 ฝ่าย

ที่มานสพ.มติชน

 

10เหตุการณ์ร้อนรอบปี

โพสต์ทูเดย์ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 09:07 น. | เปิดอ่าน 969 |  ความคิดเห็น 2  0

          รอบปี 2555 ต้องยอมรับว่ามีเหตุการณ์สำคัญมากมายทั้งในสภาและนอกสภา "โพสต์ทูเดย์" รวบรวม 10 เหตุการณ์เด่นทางการเมือง นำเสนอดังนี้

1.ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทำพิษสภาป่วน

          ถือเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวายในสภาผู้แทนราษฎรครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และสส.พรรคเพื่อไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ทันทีที่ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดประชุมวันที่ 30-31 พ.ค. สส.พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านเต็มที่ถึงขั้นขว้างเอกสารใส่ประธานสภา แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยใช้เสียงข้างมากให้เลื่อนกฎหมายมาพิจารณาก่อนได้สำเร็จแต่ถึงวันนี้รัฐบาลก็ยังไม่กล้าเดินหน้า

          2.แก้รัฐธรรมนูญ 2550 ติดหล่ม

          พรรคร่วมรัฐบาลเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 แต่กระบวนการทั้งหมดต้องมาสะดุดในขั้นตอนการเตรียมลงมติวาระ 3 ช่วงเดือน มิ.ย. เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ 68 หรือไม่ ต่อมาศาลได้ยกคำร้องและเสนอให้ทำประชามติก่อนหรือแก้ไขเป็นรายมาตรา เหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี เมื่อรัฐบาลตัดสินใจให้ทำประชามติ ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดงให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 สร้างความขัดแย้งดำรงอยู่ต่อไป

3.คลิปเสียงขุนค้อนสะเทือน 'เพื่อไทย'

          สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คงไม่คาดว่าคำพูดที่ตัวเองพูดในงานเลี้ยงที่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่27 มิ.ย. เกือบถูกพรรคเพื่อไทยปลดจากประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเนื่องจากเนื้อหาที่ระบุในทำนองว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรมาหาหลายครั้งระหว่างการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ได้กลายเป็นกุญแจไขปริศนาให้สังคมได้รับรู้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องแบบเต็มๆ

         4.ซักฟอกจำนำข้าวหมัดเด็ดฝ่ายค้าน

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์เป็นปรากฏการณ์สำคัญ โดยทีเด็ดที่ฝ่ายค้านแสดงออกมาและเขย่ารัฐบาลได้อย่างเหลือเชื่อคือ การชำแหละโครงการรับจำนำข้าว โดยมีคนในพรรคเพื่อไทยเกี่ยวข้องกับความไม่ชอบมาพากล ส่งผลให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องไว้ไต่สวน

5.องค์การพิทักษ์สยามถอยทัพล้มรัฐบาล

          ปลายปี 2555 รัฐบาลต้องเผชิญแรงเสียดทานจากมวลชนฝ่ายต่อต้านในนาม "องค์การพิทักษ์สยาม" นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย การประกาศชุมนุมล้มรัฐบาล แต่การเคลื่อนไหวก็ต้องยุติลงเพียงแค่การนัดชุมนุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่24 พ.ย. ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้ เสธ.อ้าย ประกาศขอถอนตัวในเวลาต่อมา

          6.คอป.เปิดโปงชายชุดดำสะท้าน 'เสื้อแดง'

          คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มี คณิต ณ นคร เป็นประธานเปิดแถลงผลการตรวจสอบเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งสร้างความไม่พอใจกับฝ่ายกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างมาก เมื่อรายงานคอป.ระบุชัดว่าขบวนการชายชุดดำเมื่อปี2553 มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดงส่งผลให้ขบวนการเสื้อแดงต้องเสียรังวัด

          7.มาตรา 112 จากวิวาทะสู่การปะทะ

          ประมวลกฎหมายมาตรา 112 ว่าด้วยความผิดในการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ถูกหยิบมาเป็นประเด็นสาธารณะของสังคมไทยตลอดทั้งปี และยิ่งเกิดเหตุการณ์การเสียชีวิตของ อำพล ตั้งนพคุณ หรืออากง ผู้ต้องหาคดี 112 ทำให้เกิดการเรียกร้องจากอีกฝ่ายเพื่อให้แก้ไขกฎหมายโดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำคณะนิติราษฎร์ ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านถึงกับมีการทำร้ายร่างกายนักวิชาการรายนี้

8.เด้ง 'ปลัดกลาโหม'เขย่ากองทัพ

      คำสั่งเด้ง "พล.อ.เสถียรเพิ่มทองอินทร์" จากปลัดกระทรวงกลาโหม มาช่วยราชการสำนักงาน รมว.กลาโหม ของ พล.อ.อ.สุกำพลสุวรรณทัต สร้างรอยปริระหว่างกองทัพกับรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถือเป็นการเข้ามาจัดระเบียบกองทัพอย่างที่ไม่มีพรรคการเมืองไหนกล้าทำมาก่อน แม้ว่า พล.อ.เสถียร จะพยายามฟ้องศาลปกครอง แต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนแล้ว

          9.สหรัฐขอใช้อู่ตะเภาปมร้อนอาเซียน

          องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) แสดงความจำนงต้องการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของไทยเข้ามาเป็นฐานสำรวจสภาพเมฆในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงต้าน แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลไทยก็ไม่กล้าอนุมัติเพราะกลัวจะสร้างความอ่อนไหวในภูมิภาค และจะกระเทือนความสัมพันธ์กับประเทศจีน รวมไปถึงหมิ่นเหม่ต่อการขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 190

10.สองผู้นำโลกเยือนไทยกระชับสัมพันธ์

          รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้มีโอกาสต้อนรับสองผู้นำจากประเทศมหาอำนาจ ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศแรกที่ บารัก โอบามา เดินทางมาเยือนหลังจากเป็นผู้นำสหรัฐสมัยที่ 2 ถัดมาภายในเดือนเดียวกัน เวินเจียเป่านายกรัฐมนตรีของจีน ซึ่งใกล้จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นแขกของรัฐบาลเช่นกัน

10 อันดับข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทย ประจำปี 2555

มติชน วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:01:03 น.

มหาวิทยาลัยรังสิต จัด 10 อันดับข่าวอื้อฉาวในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยประจำปี 55

        นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต จัดอันดับ 10 ข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยประจำปี 2555 กำหนดตามความสนใจของประชาชนที่สนใจข่าวนั้นๆ มีการซุบซิบนินทามากที่สุด และมีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อต่างๆ มากที่สุด ซึ่งแบ่งการคอร์รัปชันที่อื้อฉาวออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. การคอร์รัปชันทางเศรษฐกิจ เรื่องของการโกงเงินงบประมาณแผ่นดิน การรับสินบนของนักการเมืองและข้าราชการ

2. การคอร์รัปชันทางการเมือง เรื่องที่รัฐบาลใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล

3. การคอร์รัปชันทางการบริหาร เรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดยมิได้ยึดหลักคุณธรรมและความสามารถ

4. การคอร์รัปชันภาคธุรกิจ เป็นการทุจริตของนักธุรกิจเอกชน อาทิ การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลขบัญชี

สำหรับ 10 อันดับข่าวอื้อฉาวที่สุดเรื่องการคอร์รัปชันในปี 2555 คือ

1. ข่าวการปล้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม

2. ข่าวการฮั้วประมูล 3จี ของ กสทช.

3. ข่าวนโยบายการรับจำนำข้าว

4. ข่าวการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนพลตำรวจ

5. ข่าวกรณีบริษัท ไร่ส้ม ของนายสรยุทธสุทัศนะจินดา ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดว่าจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ

6. ข่าวการโยกย้ายเลขาธิการ ปปท.พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเข้าไปตรวจสอบการทุจริตในหน่วยงานราชการบางแห่ง

7. ข่าวการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี จากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษาฯ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีความผิด

8. ข่าวงบฟื้นฟูการบริหารจัดการน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาท กลายเป็นข่าวอื้อฉาวมาก เพราะว่าการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ถูกมองว่าขาดความโปร่งใสเป็นอย่างยิ่ง จนเรียกได้ว่าเป็นการคอร์รัปชันทางด้านเศรษฐกิจ

9. ข่าวกรณีดีเอสไอตั้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าสั่งฆ่าประชาชน 99 ศพเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองของรัฐบาลในการกลั่นแกล้งผู้นำฝ่ายค้านอย่างชัดเจนจน

10.ข่าวการถอดยศว่าที่ร้อยตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน

     ทั้งนี้ การจัด 10 อันดับ ข่าวฉาวที่สุดในประเทศไทย คณะผู้จัดทำไม่ได้พิจารณาจากความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมแต่อย่างใด

(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

ภาพข่าวแห่งปี 2555 เดลินิวส์  27 ธันวาคม 2555

1. น้ำตาแห่งความสูญเสีย..ชายผู้สูญเสียลูกชายไปเพราะถูกกองทัพซีเรียฆ่าตาย ใกล้กับโรงพยาบาลในเมืองอเลปโป

2. เหยื่อคลั่ง..นายทอม ซุลลิแวน กอดสมาชิกในครอบครัว หลังพบลูกชายวัย 27 ปี ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรรา รัฐโคโลราโด สหรัฐ ขณะฉายภาพยนตร์เรื่อง “แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด”

3. หนีตาย..เด็กนักเรียนเดินแถวหนีออกมาจากโรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุค เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐ สถานที่เกิดเหตุสังหารหมู่ 26 ศพ

4. เจอพายุ..รถแท็กซี่เหลืองจอดจมน้ำเพราะพายุเฮอริเคน “แซนดี้” พัดถล่มนิวยอร์ก สหรัฐ

5. ประท้วง..นายจามเพล เยชิ ผู้ลี้ภัยชาวทิเบต จุดไฟเผาฆ่าตัวตายในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ก่อนประธานาธิบดี หู จิ่นเทา ของจีนจะไปเยือน

6. โดดขอบอวกาศ..นายเฟลิกซ์ บวมการ์ทเนอร์ ชาวออสเตรีย กระโดดลงมาจากแคป ซูล เส้นขอบฟ้า บนความสูง 38.6 กม. และด้วยความเร็ว 1,137 กม. ต่อชั่วโมง เป็นสถิติโลก

7. โต้วาที..ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ กับนายมิตต์ รอมนีย์ บนเวทีโต้วาทีรอบสอง ที่มหาวิทยาลัยฮอฟสตรา เมืองเฮมพ์สเตด รัฐนิวยอร์ก

8. เรือล่ม..เรือสำราญ “กอสตา กอนกอร์เดีย” เอียงคว่ำหลังเกยตื้น นอกชายฝั่งเกาะจีกลิโอ อิตาลี

9. ยิงหมี..หมีหล่นลงมาจากต้นไม้ หลังโดนเจ้าหน้าที่ใช้ปืนยาสลบยิง เพราะเข้าไปเดินเพ่นพ่านอยู่ในมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐ

10. ว่ายน้ำ..น.ส.ซาแมนธา อรีฟาโล ซาลินาส แห่งเอกวาดอร์ โดดลงสระว่ายน้ำ ในการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 800 เมตรหญิง กีฬาโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ

15 อันดับข่าวสังคมออนไลน์ ปี 55

•27 ธ.ค. 2555 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

         ตลอดปี 2555 ที่ผ่าน โลกออนไลน์มีข่าวกระแสมาโดยตลอด สร้างความฮือฮาในห้วงเวลานั้นๆ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ก็ไม่พลาดที่จะนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบ ความเป็นมาเป็นไป เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ ข่าวออนไลน์ก็คือปรากฎการณ์หนึ่งของสังคมไทย เมื่อมีกระแสเกิดขึ้นมักจะได้รับการพูดถึง และวิพากษ์วิจารณ์จากคนในสังคมไม่มากก็น้อย

 

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ได้รวบรวม 15 ข่าว ที่มีผู้สนใจคลิ๊กอ่านมากที่สุด มานำเสนออีกครั้ง

 updated: 27 ธ.ค. 2555 เวลา 16:52:43 น.ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

1.มาจากไหน?วลีใหม่ชาวเน็ต"มึงไทยมาก"

 

2.ขนาดนั้น! เว็บนอกแพร่บทความ10เทคนิคสู่การแสร้งให้ดูเป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด

3.โอ้โห!! มีเงินก็ซื้อไม่ได้เคสไอโฟนรุ่นล่าสุดที่ "สตี๊ฟ จ็อบส์"ก็ยังไม่กล้าผลิต

4.หล่อ!สาวกรี๊ดหลานปู่เฉลิมอยู่บำรุง"กาโม่-อาชวิน"

 

5.โอ้โห.."ใบเตยอาร์สยาม"โชว์หุ่นเซ็กซี่ในชุดขาสั้นรัดติ้ว

 

6.แมนมาก!10หนุ่มหล่อแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย

 

7.มาดูลายมือของนักเรียนม.ปลายที่สวยที่สุดของประเทศรับถ้วยพระราชทานในหลวง

 

8.สื่อนอกแอบเกรียน!เสนอข่าวภาพโอบามากับยิ่งลักษณ์พาดหัว"เสน่ห์ระหว่างผู้นำ"

 

9.วิจารณ์ว่อนเน็ตภาพ"ปู"ยืนจิ้มสมาร์ทโฟนงานพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ(?)

 

10.มอเตอร์ไซด์รับจ้าง"ออนไลน์"ทวิตเดียวส่งถึงที่โลกทวิตเตอร์รู้จักเค้าแล้วคุณรู้จักรึยัง?

 

11."สามคำ"ที่่ทำ"ยิ่งลักษณ์"อึ้ง!!

 

12."ฐปณีย์3มิติ"เปิดใจแจงขอโทษ ไม่มีเจตนาลบหลู่อดีตกษัตริย์กัมพูชา วอนอย่าเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

 

13.ใบหน้า"ผู้หญิง"ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก...ลองชม

 

14.ชม "โฟโต้ บุ๊ค" เซ็กซี่ที่สุดในชีวิต "พลอย-เฌอมาลย์" กับชุดว่ายน้ำ ที่ร้อนยิ่งกว่าอากาศ

 

15.ชะตากรรม"เด็กชาย"ในวลีฮิตเรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่!!

 

10 แนวโน้มพฤติกรรมด้านการสื่อสารของผู้บริโภคปี ค.ศ. 2013

เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2555 เวลา 00:00 น.

 เป็นรายงานของอิริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ ซึ่งระบุว่า ปี ค.ศ. 2012 กำลังจะจบลง โดยอิริคสัน คอนซูเมอร์ แล็บ (Ericsson ConsumerLab) ได้พยายามค้นหาแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดดเด่นที่สุดสำหรับปี ค.ศ. 2013 ที่กำลังจะมาถึง

 

นายไมเคิล บียอร์น หัวหน้าฝ่ายวิจัยของอิริคสัน คอนซูเมอร์ แล็บ กล่าวว่า ข้อมูลการศึกษาวิจัยทั่วโลกมาจากการสัมภาษณ์ผู้คนมากกว่า 100,000 คนในแต่ละปี ในจำนวนกว่า 40 ประเทศ ซึ่งอยู่ในมหานครขนาดใหญ่กว่า 15 แห่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้สะสมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคจำนวนมหาศาล ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 นี่คือแนวโน้มของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เห็นเด่นชัดที่สุด:

  1. ความสำเร็จของบริการคลาวด์ (cloud) ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคบนอุปกรณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนไป มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้แท็บเล็ต และมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสวีเดน ต่างพึงพอใจในการใช้บริการคลาวด์ เพื่อให้สามารถใช้แอพตัวเดียวกันและแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ได้ บนอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

2. อุปกรณ์สื่อสารเพื่อความรวดเร็วทันใจ จากคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่ใช้ไฟล์และโฟลเดอร์ สู่อุปกรณ์พกพาที่ใช้ผ่านแอพและบริการคลาวด์ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการทำงานบนโต๊ะ สู่การใช้อุปกรณ์สื่อสารยุคใหม่ที่สามารถพกพาได้สะดวก งานหลายอย่างสามารถทำได้ในช่วงเวลาอันสั้น ขณะเข้าแถวซื้อสินค้า หรือขณะที่คุยกับใครสักคนในร้านกาแฟ โดยผู้บริโภคในหลายประเทศต้องการซื้อแท็บเล็ตมากกว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และต้องการซื้อสมาร์ทโฟนมากกว่าแล็ปท็อป อีกด้วย

3. นำอุปกรณ์บรอดแบนด์ส่วนตัวมาทำงาน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนประมาณ 57 เปอร์เซ็นต์ จะใช้สมาร์ทโฟนส่วนตัวในที่ทำงานด้วย โดยนิยมใช้เพื่อช่วยทำงาน รับส่งอีเมล วางแผนการเดินทางในธุรกิจ หาข้อมูลที่อยู่ต่าง ๆ และอีกหลากหลายประโยชน์ใช้สอย

4. ผู้คนในเมืองใหญ่นิยมใช้อินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลา ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในทุกที่ทุกเวลา ได้ผลักดันให้เกิดการเติบโตของตลาดอินเทอร์เน็ตบนมือถืออย่างแท้จริง โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากถึง 3,300 ล้านคนภายในปี ค.ศ. 2018 และชีวิตในเมืองจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือคุณภาพดี ที่ครอบคลุมทั่วถึง

5. มีการนำเครื่องมือออนไลน์มาใช้ประโยชน์ในหลายภาคส่วน เนื่องจากความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากเริ่มขาดความมั่นใจต่อองค์กรภาครัฐ และเอกชนบนโครงสร้างแบบดั้งเดิม จึงหันมาใช้เครื่องมือออนไลน์กันอย่างกว้างขวางเพื่อจุดประสงค์บางอย่างและเพื่อใช้เป็นที่พึ่งในยามฉุกเฉิน เช่น การรวมกลุ่มออนไลน์เพื่อสร้างสหกรณ์ออมทรัพย์แทนระบบธนาคาร การรวมกลุ่มของนักเรียนเพื่อช่วยกันทำการบ้าน การใช้สังคมออนไลน์แบบ Linked-in เพื่อช่วยในการหางานแทนบริษัทจัดหางานแบบดั้งเดิม เป็นต้น

6. กลุ่มผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนจากการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้หญิงเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้เกิดการยอมรับสมาร์ทโฟนอย่างกว้างขวาง โดยมากกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพศหญิงใช้เอสเอ็มเอส 77 เปอร์เซ็นต์ใช้รับส่งรูปภาพ 59 เปอร์เซ็นต์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก 24 เปอร์เซ็นต์ใช้เช็กอินเพื่อแสดงสถานที่ที่ตนเองอยู่ และ 17 เปอร์เซ็นต์ใช้ค้นหาคูปองต่าง ๆ เป็นต้น ในขณะที่ตัวเลขเหล่านี้สำหรับผู้ใช้เพศชายมีค่าน้อยกว่า

7. ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อสร้างไอเดียใหม่ ๆ ในสังคมเมือง ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ มักมีจำนวนเพื่อนบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก มากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชานเมืองมาก โดย 12 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่อยู่ในเมืองกล่าวว่า เหตุผลหลักที่พวกเขาใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็เพื่อติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น ซึ่งถือเป็นเหตุผลในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสาม รองจากการใช้เพื่อติดตามเรื่องราวของกลุ่มเพื่อน และการใช้เพื่ออัพเดทข้อมูลของตนเองสู่พวกเขา

8. ประสบการณ์ชอปปิงแบบผสมผสานที่เรียกว่า “In-line shopping” ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวน 32 เปอร์เซ็นต์ ใช้สมาร์ทโฟนในการซื้อสินค้าอยู่แล้ว และพวกเขาเริ่มชอปปิงในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “In-line shopping” โดยผสมผสานข้อดีของการเลือกซื้อสินค้าในร้าน (in-store shopping) เพื่อมีโอกาสสัมผัสกับของจริง กับมีการใช้เครื่องมือออนไลน์ (online shopping) เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบราคา รวมทั้งใช้ซื้อสินค้าเพื่อลดเวลาในการเข้าคิวรอจ่ายเงิน เป็นต้น

9. ทีวีบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผู้ชมราว 62 เปอร์เซ็นต์ ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในขณะที่ดูวิดีโอและทีวี โดย 42 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชมกลุ่มนี้จะคุยกับผู้อื่น ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังรับชมอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง โดย 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชมกลุ่มนี้ มีความเต็มใจที่จะจ่ายเงินกับ คอนเทนส์ที่พวกเขารับชมผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กมากกว่า และการรับชมวิดีโอและทีวีบนอุปกรณ์พกพาส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่บ้าน

10. การเรียนรู้บนความเปลี่ยนแปลง ด้วยปัจจัยภายในและภายนอกทำให้การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เด็กหนุ่มสาวในยุคนี้มักนำอุปกรณ์ส่วนตัวของตนเองเข้าไปในห้องเรียนด้วย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อหาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับเด็ก ๆ ทั่วโลก ในประเทศอินเดีย มีเด็กอายุ 9-18 ปี จำนวนประมาณ 30 ล้านคน จากทั้งหมด 69 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง.

สรุปข่าวเด่นอาชญากรรม 2555

เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 12:40 น.

 ยาเสพติด มหันตภัยร้าย ปราบปรามต้องเฉียบขาด

             ปัญหายาเสพติด เป็นเสมือนแผลเน่า ที่กัดกินประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าภาครัฐจะดำเนินโครงการใดเพื่อปราบปราม หยุดยั้งยาเสพติดก็ไม่หมดสิ้นเสียที...เจ้าหน้าที่รัฐทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ระดมกวาดล้างจับกุมยาเสพติดประเภทต่าง ๆ มากเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียทีทั้งคนกระทำผิดและของกลางยาเสพติดกลับทวีความรุนแรงและจำนวนมากยิ่งขึ้น

        รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังด้วยการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ด้วยการตั้งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) มี ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยมีมาตรการสำคัญทั้งด้านการจับกุม บำบัดรักษา และยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด

       ในโอกาสครบรอบ 1 ปี วาระแห่งชาติเอาชนะยาเสพติด ร.ต.อ.เฉลิม แถลงไว้ว่า การแก้ปัญหายาเสพติดได้ยกระดับเป็นวาระสู่ภูมิภาคแล้ว ทั้งจีน ลาว พม่าและไทย โดยมีการตรวจลำน้ำโขงและแนวตะเข็บชายแดนมีกองทัพเรือช่วยสนับสนุน สำหรับในปีหน้า    (2556) การเอาชนะยาเสพติดจะเน้น 4 ด้าน คือ 1. การบำบัดรักษา 2. การปราบปราม 3. การป้องปราม และ 4. การป้องกัน

              สำหรับสถิติการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในรอบปีที่ผ่านมา มีกว่า  369,841 คดี ของกลางยาบ้ากว่า 26 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 1,408.78 กิโลกรัม เฮโรฮีน  254 กก. กัญชา 1,600 กก. ยาซูโดอีเฟดรีน 4.5 ล้านเม็ด สามารถดำเนินการยึดทรัพย์ จำนวน 4,700 คดี มูลค่ากว่า 1,663 ล้านบาท การบำบัดมีผู้บำบัดได้ 5.8 แสนราย...นี่คือตัวเลขที่เป็นจริงและท้าทายการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในปีข้างหน้าที่จะต้องทำทั้งจับกุมให้มากที่สุดและลดจำนวนผู้ค้าผู้เสพให้น้อยที่สุด

           รอบปี 2555 ที่ผ่านมานั้น มีหลากหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดจนสร้างความฮือฮา สะเทือนขวัญ สะเทือนใจและสยดสยองมากมาย ทั้งการจับกุมยาเสพติดในจำนวนมหาศาล ผู้ค้ายาจากชาวบ้านธรรมดาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การยิงต่อสู้ของคนร้ายจนเป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต รวมถึงการวิสามัญเอเย่นต์ยานรก เป็นต้น ต่างสะท้อนถึงปัญหายาเสพติดที่จะไม่มีวันสิ้นสุดง่าย ๆ แน่นอนหากภาครัฐ เพิกเฉย หรือ ละสายตาจากปัญหานี้

           ช่วงต้นปี เกิดข่าวยาแก้หวัดที่มีสารซูโดอีเฟดรีน ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยา โรงพยาบาล ถูกพวกพ่อค้ายาเสพติดนำไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิต มีการไล่ล่าขบวนการค้ายาชนิดนี้จนจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้หลายรายพร้อมสกัดการผลิตยาเสพติดอย่างยาบ้า ได้ไม่ต่ำกว่าพันล้านเม็ดเมื่อเทียบกับปริมาณยาซูโดฯที่หายไปจากตลาดขายยารักษาโรคเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการผลิตยาเสพติดในประเทศไทยลดลง แต่การจัดจำหน่ายยังมีอยู่มาก สิ่งที่ต้องติดตามมาก็คือ การลักลอบนำเข้า การซุกซ่อนยาเสพติดของเหล่าเอเย่นต์สมองใส ที่เช่าสถานที่พักเอาไว้เก็บยาโดยเฉพาะ เช่น ที่ จ.ปทุมธานี เอเย่นต์ยาบ้าไปเช่าบ้านของ “ลูกตาล” จริญญา หาญณรงค์ ดาราสาว ไว้เป็นที่พักก่อนส่งยาบ้าให้ลูกค้าอีกทอดถึง 3.8 ล้านเม็ด

           อย่างไรก็ตาม มีการจับกุมแหล่งผลิตยาในประเทศไทย ที่น่าสนใจและเป็นกรณีตัวอย่างก็คือ การจับกุมชายชาวอิหร่าน ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งทำทีเป็นนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา มาเช่าบ้านอยู่กลางเมือง แต่แท้จริงแล้ว กลับแอบผลิตยาไอซ์จำหน่ายให้ลูกค้าเป็นจำนวนมาก ส่วนวิธีการก็สุดจะแยบยล ด้วยการให้เพื่อนชาติเดียวกัน ลักลอบขนตัวยามาให้ทีละตัว เพื่อไม่ให้เป็นจุดต้องสงสัย ก่อนจะนำมาปรุงและสกัดเป็นยาไอซ์ตามสูตรวิธีการผลิตที่ซับซ้อน               

           อีกประการหนึ่งที่น่ากลัวเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดก็คือ ยาเสพติดชนิดใหม่ ที่เหล่าเอเย่นต์ ต้องการตีตลาดยาเสพติดโลก รายงานข่าวการจับกุมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ โดยเม็ดยาจะทำให้มี สี หรือลักษณะ ที่แปลกแตกต่างออกไป เช่นที่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่  ตร.ภ. 5 จับยาบ้าโรยผงประกายเงิน ภาคอีสาน ตร.ภ.จว.นครพนม จับยาบ้า “เลือดกวางผา”  ลักษณะเกล็ดเป็นประกายสีแดง ภาคใต้  ตร.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จับยาบ้าชนิดเม็ดกลมแบนสีส้ม มีอักษร R  ซึ่งเหล่าผู้ขายที่ถูกจับได้ มักอ้างว่า มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเดิม หรือบ้างก็ทำเป็นการ์ตูนเอาใจ ผู้เสพวัยรุ่น

              ทั้งนี้ขบวนการค้ายาเสพติด ขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่ง คือการขนส่งยาจากแหล่งผลิตไปยังผู้ค้ารายย่อยเพื่อกระจายสินค้าให้ผู้เสพ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุม พวกขนยา ได้จำนวนมาก แต่ที่รอดไปก็มีจำนวนไม่น้อย แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญและน่าติดตาม คือ กลุ่มพวกขนยา มักเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิมที่ใช้ชาวบ้านธรรมดามาเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกลุ่มตำรวจและทหาร

          คดี พ.ต.ปิยะณัฐ เกตุจำรัส นายทหารสังกัดกองพันทหารช่าง กับลูกน้องที่ลักลอบขนยาบ้าใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มาส่งให้เอเย่นต์ในพื้นที่ภาคกลาง 3.8 ล้านเม็ด, คดีของ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์  ผบ.หมู่จร.สน.ประชาชื่น ร่วมกับพวกอีก 7 คน ลักลอบขนยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด กับ ยาไอซ์ 5 กก. ถูกจับที่ จ.ลำปาง, คดีของ พ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว  สว.หน.สภ.อวน จ.น่านกับ ลูกน้องตำรวจอีก 5 คน ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับกุมได้ขณะขนยาบ้า 1 ล้านเม็ดใส่รถตำรวจมาส่งให้ เอเย่นต์ใน จ.สมุทรสาคร...เป็นตัวอย่างคดีในรอบปีที่ผ่านมาที่มีเจ้าหน้าที่รัฐอย่างตำรวจและทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง

         พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงการจับกุมคดียาเสพติดของตำรวจไว้ว่า  เราดำเนินทุกมาตรการการปราบปรามอย่างเข้มข้น ไม่มีการยกเว้นหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ล่าสุดได้มีคำสั่งให้ตำรวจประจำด่านตรวจต่าง ๆ ค้นรถทุกคันโดยเฉพาะรถตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่

              พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงเส้นทางขนส่งลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศว่า   เครือข่ายขนยาเสพติดจากต่างประเทศเข้ามาทางพรมแดนภาคเหนือ ขนส่งเข้าในเขตปริมณฑลเลยไปถึงภาคใต้ผ่านเข้าไปยังประเทศมาเลเซียมีทั้งหมด 6 ขบวนการ ตอนนี้ 3 ขบวนการจับกุมได้แล้ว หัวหน้าขบวนการส่วนใหญ่หลบหนีไปอยู่ฝั่งท่าขี้เหล็ก

         “อีก 3 ขบวนการที่เหลืออยู่ระหว่างขยายผล เชื่อว่าเป็นขบวนการเล็ก อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าทั้ง 3 ขบวนการที่เหลือยังมีศักยภาพลำเลียงยาเสพติดลงมา ซึ่งจะทำการขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป และสิ่งสำคัญที่น่าจะมีประโยชน์ คือ  การวิเคราะห์ยาเสพติด ซึ่งเป็นยาบ้าที่ตำรวจจับมาได้ทั้งหมด ขณะนี้ยืนยันว่าเป็นการผลิตมาจากพื้นที่ของ พ.ท.ยี่เซ ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็กที่กระจายตามแนวชายแดน  โดยเราจะประสานให้ทางการพม่ารับทราบข้อมูลไว้เพื่อร่วมมือในการปราบปรามต่อไป” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

             เมื่อถามว่า ตัวการสำคัญหรือหัวโจกในการค้ายาจริง ๆ อยู่ที่ไหน คำตอบข้างต้น คงทำให้กระจ่างพอสมควร คือ หลบหนีอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน แต่อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พวกนักโทษในเรือนจำ ที่ยึดเอาสถานที่กักขังเป็นที่ตั้งบัญชาการสั่งยาเสพติดผ่านโทรศัพท์มือถือ จนเกิดการปิดล้อมตรวจค้นเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศกันเกือบทุกวันทุกคืนนักโทษยาเสพติด ใช้เงินล่อใจผู้คุมบางราย ลักลอบนำเข้าโทรศัพท์มือถือ และ ยาเสพติด เข้าไปภายในเรือนจำ ด้วยวิธีการ   ต่าง ๆ ตั้งแต่ซุกซ่อนในลังผลไม้ อาหาร น้ำอัดลม ขับขี่ จยย.มาแอบขว้างเข้าไปด้านในเรือนจำ หรือแม้กระทั่งอาศัยเทคโนโลยี สร้างเครื่องบิน หรือ เฮลิคอปเตอร์ บังคับวิทยุขนของกลางไปยังเป้าหมายภายในเรือนจำ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อแสดงศักยภาพ ให้เห็นว่า แม้ตัวหัวหน้าจะถูกจับแล้วก็ตาม แต่หากมีโอกาส ก็พร้อมจะให้เครือข่ายด้านนอกเรือนจำเดินหน้าค้าขายยาเสพติดต่อไปได้

           ทั้งนี้การบุกจับเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำนั้น ไม่มีเรื่องไหนแรงเท่าเรื่องของ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช  ที่ได้ฉายาว่า “ผู้การล้างคุก” เนื่องจากดำเนินการเข้าตรวจค้นยาเสพติดภายในเรือนจำนครศรีธรรมราช ที่ขึ้นชื่อว่ามียาเสพติดระบาดในคุกจำนวนมาก ซึ่งหลังการดำเนินการมีการจับกุม ให้เจ้าหน้าที่ออก ย้ายผู้คุม เปลี่ยนตัวผู้บังคับการเรือนจำ จนเป็น นครศรีฯ โมเดล ไปทำในเรือนจำอื่น ๆ บ้างแล้วด้วย

         สรุปแล้วปัญหายาเสพติด 2555 ยังพบว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก การจับกุมปราบปรามทำได้ต่อเนื่องก็จริงแต่ก็ต้องดูแลในส่วนของฝ่ายจับกุมปราบปรามเองด้วย เพราะยาเสพติดทำให้คนตายทั้งเป็น เฉพาะครอบครองยังต้องติดคุก ยิ่งมีมากยิ่งโทษหนักถึงขั้นประหาร เร่งปลูกจิตสำนึกให้ลูกหลานเยาวชนรู้ถึงโทษของมัน ควบคู่กับบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่ออนาคตของเยาวชนของชาติ.

 ทีมข่าวเฉพาะกิจ

 

 

สรุปข่าวเด่นอาชญากรรม

เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 12:36 น.

1 ปีล้างบางนายทุน-ข้าราชการรุกป่า 'กรมอุทยานฯ' ต้นแรง ปลายแผ่ว!

        การกวาดล้างจับกุมผู้บุกรุกเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ                และสวนเกษตร ในรอบปี 55 เป็นแนวทางปฏิบัติที่ “ติดลมบน” มาจากกระแส “ทับลาน โมเดล” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่กลางปี 54  ที่มีการ

จับกุมผู้บุกรุกเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กัน

อย่างจริงจัง จนกลายเป็นต้นแบบในการเอาผิดกับผู้บุกรุกเขตอุทยานฯ อื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น อุทยานฯ สิรินาถ

 จ.ภูเก็ต อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง และอุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี

            ช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. 55 นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (ในขณะนั้น)

ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จากทั่วประเทศ กวาดล้างจับกุมรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศที่บุกรุกเขต

อุทยานฯทับลาน ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และ อ.นาดี กว่า 300 คดี ถือเป็นการจับกุมในคดีเกี่ยวกับการบุกรุก

ทรัพยากรธรรม ชาติและป่าไม้ ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และผู้ถูกจับกุมทั้งหมดไม่ใช่ชาวบ้าน ไม่ได้เป็น

คนยากจน แต่เป็นนายทุนจากต่างถิ่น รวมทั้งข้าราชการสายปกครอง นายตำรวจ นายทหาร และข้าราชการ

สายอื่น ๆ

           ต่อมากลางดึกวันที่ 27 ก.ค. นายดำรงค์นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนาย พร้อมด้วยรถแบ๊กโฮ รถ

แทรกเตอร์ เข้ารื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 9 แห่ง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และ อ.นาดี

โดยหนึ่งในจำนวนนั้น คือ บ้านทะเลหมอกรีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท

 ตั้งอยู่บนภูเขาในพื้นที่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี

           ...การเข้ารื้อถอนบ้านทะเลหมอกรีสอร์ท ในคืนวันที่ 27 ก.ค. 55 ทำให้เก้าอี้อธิบดีกรมอุทยานฯ

ของนายดำรงค์ ร้อนฉ่า! ขึ้นมาทันที  เพราะมีข่าวแว่วออกมาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.สัญจร

ที่ จ.สุรินทร์ ว่าฝ่ายการเมืองไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับการใช้ไม้แข็งบุกเข้ารื้อถอนรีสอร์ท ประกอบกับ

มีการร้องทุกข์จากฝ่ายเจ้าของรีสอร์ท ทำให้หลังจากนั้นไม่กี่วัน มีการหารือเรื่องการย้ายนายดำรง

ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้

ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

           แต่ในที่สุดก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีการย้ายนายดำรงค์ออกจากเก้าอี้อธิบดีกรมอุทยานฯ ก่อนจะ

เกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 55 เนื่องจากรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศทั้ง 9 แห่ง ที่ถูกรื้อถอนนั้น

 เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล และคดีสิ้นสุดแล้ว

            ในห้วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือน จะเกษียณราชการ นายดำรงได้เดินหน้าปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่

อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะที่อุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีนายทุนทั้งคนไทยและต่างชาติ บุกรุกพื้นที่

เขตอุทยานฯ เพื่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทหรูหรา มูลค่านับหมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับที่อุทยานฯ

เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ก็มีปัญหาเรื้อรังมานาน เนื่องจากมีรีสอร์ทหลายแห่งสร้างรุกล้ำ

เข้าไปในทะเล และต้องถูกรื้อถอนเช่นเดียวกัน

            ขณะเดียวกัน นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน และ นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วย

หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ได้ทำหนังสือถึงกรมอุทยานฯ เพื่อขออนุมัติการรื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ

ที่ทำผิดกฎหมาย อีก 22 แห่ง โดยในจำนวนนี้เป็นรีสอร์ทชื่อดังขนาดใหญ่ เช่น บ้านผางามรีสอร์ท

ไร่กฤษวรรณ และอิมภูฮิลล์รีสอร์ท แต่ยังไม่ทันได้รับการอนุมัติจากนายดำรงค์ เนื่องจากนายดำรงต้อง

เกษียณราชการ

        เมื่อนายดำรงค์เกษียณราชการไปแล้ว การรื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ 22 แห่ง ที่บุกรุกเขต

อุทยานฯทับลาน รวมทั้งการรื้อถอนรีสอร์ทหลายแห่งที่สร้างรุกล้ำเข้าไปในทะเลแถว ๆ เกาะเสม็ด และการ

กวาดล้างจับกุมนายทุนที่บุกเขตอุทยานฯสิรินาถ มาออกเป็นโฉนด เพื่อสร้างโรงแรมหรูใน จ.ภูเก็ต ต้องค้างเติ่ง

มาจนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นปัญหาตกค้างที่รออธิบดีกรมอุทยานฯ คนใหม่ เข้ามาสะสางโดยเร็ว เพราะถ้าขืน

ปล่อยไว้บรรดาผู้บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีก

          ช่วงสุญญากาศ 2 เดือนครึ่ง ที่ยังไม่มีอธิบดีกรมอุทยานฯ บรรดาผู้ประกอบการรีสอร์ทและบ้านพัก

ตากอากาศที่ทำผิดกฎหมายในเขตอุทยานฯทับลาน แถว ๆ อ.วังน้ำเขียว และอ.นาดี ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริง ๆ

เห็นได้จากยังมีการเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่กันอย่างคึกคัก เจ้าหน้าที่

อุทยานฯ ทับลานทำได้แค่เพียงติดป้ายรณรงค์เชิญชวนไม่ให้นักเที่ยวทั่วไป และข้าราชการตามหน่วยงานต่าง ๆ

 เข้าไปอุดหนุนหรือใช้บริการรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศที่ทำผิดกฎหมาย เพราะส่วนใหญ่รีสอร์ท

และบ้านพักเหล่านี้ต้องถูกรื้อถอนออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทั้งหมด

          ในช่วงปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นายเทวินทร์ พร้อมด้วยนายนุวรรต และนายดำรัส ศุขอร่าม

ผอ.ส่วนรังวัดที่ดินป่าไม้ กรมอุทยานฯ นำกำลังเข้าจับกุมบ้านพักหลังใหญ่ มูลค่านับ 10 ล้านบาท ของ

อดีตนายอำเภอคนหนึ่งที่สร้างบุกรุกเขตอุทยานฯทับลาน ในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว หลังจากนั้น

ได้ส่งบันทึกการจับกุมให้พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว เพื่อดำเนินคดีกับอดีตนายอำเภอคนดังกล่าว

และตามขั้นตอนพนักงานสอบสวนต้องส่งข้อมูลให้กับนายอำเภอวังน้ำเขียว ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน

 ในคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้

             แต่กรณีการจับกุมบ้านพักอดีตนายอำเภอรายนี้ การดำเนินคดีดูค่อนข้างจะล่าช้า แตกต่างจาก

การจับกุมผู้บุกรุกเขตอุทยานฯทับลาน กว่า 300 คดี ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. 55 ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุม

 แล้วส่งบันทึกการจับกุมให้พนักงานสอบสวน แค่เพียง 2-3 วันเท่านั้น เลขคดีอาญาออกหมด ซึ่งก็ไม่ทราบว่า

ติดขัดหรือมีอุปสรรคอะไร

            แต่นั่นพอจะบ่งบอกได้ว่าเมื่อไม่มีอธิบดีอุทยานฯ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในพื้นที่ก็ทำงานลำบาก เพราะ

การจับกุมดำเนินคดีต่าง ๆ ต้องเกี่ยวข้องกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เหมือนกับปัญหาที่คาราคาซัง

อยู่จนถึงวันนี้ กับกรณีการจับกุมผู้บุกรุกเขตอุทยานฯ ทับลาน กว่า 300 คดี ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. 55 แต่

ปัจจุบันสำนวนคดียังล่าช้าอืดอาดเป็นเรือเกลือ เพราะสำนวนคดีส่วนใหญ่ยังไม่ไปถึงมืออัยการ

            ดังนั้นเมื่อ นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว ก้าวเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ คนล่าสุด  แม้บุคลิก

จะเป็นคนนุ่มนวล ไม่บู๊ล้างผลาญเหมือนนายดำรงค์ แต่จะปล่อยให้ปัญหาที่อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า

-หมู่เกาะเสม็ด อุทยานฯ สิรินาถ ถูกดองเค็มต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะกว่า 300 คดีที่อุทยานฯทับลาน

ซึ่งสำนวนคดียังไม่คืบหน้าไปถึงไหน นายมโนพัศต้องเร่งประสานงานกับ ผวจ.นครราชสีมา และ

ผวจ.ปราจีนบุรี ให้ช่วยเร่งรัดสำนวนคดีที่ยังไปกองอยู่ใน อ.วังน้ำเขียว และอ.นาดี

             ความล่า ช้าอืดอาดของสำนวน กว่า 300 คดี ที่อุทยานฯทับลาน ทำให้มีแนวโน้มว่า นายทุน

เจ้าของรีสอร์ท-บ้านพักตากอากาศ จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีก เห็นได้จากมีการลักลอบเข้าไปซ่อมแซม

ปรับปรุงรีสอร์ท-บ้านพักตากอากาศอยู่เรื่อย ๆ ทีละเล็กละน้อย ในลักษณะแอบเข้าไปติดตั้งประตู หน้าต่าง

วันละบาน สองบ้าน ต่อเติมโน่นนิด นี่หน่อย เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และจะให้เจ้าหน้าที่

อุทยานฯไปเฝ้าระวังไว้ตลอดเวลาคงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน

             นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีข้าราชการหลายคนใน อ.นาดี ที่สูญเสียประโยชน์จากการเข้าไปครอบครอง

ที่ดินอุทยานฯทับลาน ไว้เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ-รีสอร์ท-สวนเกษตร แต่ตอนนี้ขยับเขยื้อนกันไม่ได้

เนื่องจากสร้างเมื่อไหร่ จะถูกจับกุมดำเนินคดีทันที ข้าราชการเหล่านี้จึงไปปั่นหัวชาวบ้านให้ออกมาคัดค้าน

 ต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทับลาน ในทำนองว่าต่อไปชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่

อุทยานฯทับลาน ก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีเช่นเดียวกัน โดยไม่ได้มองย้อนไปว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

ไม่มีการจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานฯทับลาน มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย แม้แต่รายเดียว

 และในอนาคตก็จะไม่มีการจับกุมชาวบ้านเหล่านี้

            การที่ นายมโนพัศ เข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ ในช่วงนี้ จึงเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย

เกี่ยวกับนโยบายการปราบปรามเอาผิดกับผู้บุกรุกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะของร้อน ๆ

ที่อุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อุทยานฯสิรินาถ และอุทยานฯทับลาน ว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใด

เนื่องจากมาตรฐานการทำงานของอธิบดีคนก่อนทำไว้ค่อนข้างสูง

              จริงอยู่แม้บุคลิกของนายมโนพัศจะนุ่มนวล ไม่บู๊ล้างผลาญ แต่ถ้าปล่อย “เกียร์ว่าง” กับพวกบุกรุก

เขตอุทยานแห่งชาติ และมีแนวคิดเปิดช่องให้ผู้ประกอบการที่กระทำผิด “เช่า” พื้นที่อุทยานฯ เพื่อประกอบ

กิจการต่อไป เรื่องเหล่านี้คิดได้ในใจ แต่ถ้าทำเมื่อไหร่ นายมโนพัศถูกกระแสสังคมรุมถล่มเละเป็นโจ๊กแน่.

 ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน

 

10 อาชญากรรมเด่นรอบปี 2555

 โดย: พลิกแฟ้มอาชญากรรม ไทยรัฐ 30 ธันวาคม 2555, 15:00 น.

       ข่าวอาชญากรรมนับเป็น ข่าวเหตุการณ์ที่สะท้อนความคิดของคนสังคม ซึ่งในรอบปี 2555 ที่ผ่านมา

ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สะเทือนใจ และน่าเศร้าสลดใจให้กับผู้คนในสังคมได้เห็นมากมาย เรื่องราว

ที่เกิดขึ้นถือเป็นสิ่งสะท้อนสภาพสังคมที่เป็นจริง ซึ่ง "ไทยรัฐ ออนไลน์" ได้รวบรวม 10 เหตุการณ์เด่น ดังนี้

อุ้มหาย ฆ่าฝัง ยังไม่จบ

เป็นข่าวครึกโครมแห่งปี และมีการนำเสนอข่าวยาวนานที่สุดข่าวหนึ่ง สำหรับคดี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์

เลาหะวัฒนะ" แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ต้องหาฆ่า-ฝังแรงงานพม่า ในไร่ของตัวเอง ต.กลัดหลวง

อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และผู้ต้องสงสัยอุ้มฆ่า 2 ผัวเมีย นายสามารถ นุ่มจุ้ย และภรรยา ซึ่งถึงปัจจุบัน

ก็ยังหาร่างของทั้งสองไม่พบ ขณะที่นายอัคร เลาหะวัฒนะ และ นายเอก เลาหะวัฒนะ ลูกชายทั้งสอง

ก็ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฝังปิดบังซ่อนเร้นศพ หรือเหตุแห่ง

การตายและกระทำการใดๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังมีการต่อสู้ในชั้นศาลอีกนาน และคาดว่า

ยังไม่จบในเร็ววัน

 

ระเบิดกลางกรุง

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ เป็นวันที่ทุกคนได้โอกาสแสดงความรัก แต่…ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเกิด

เหตุ ระเบิดขึ้นภายใน ซอยปรีดีพนมยงค์ 35 และมีเหตุปาระเบิดใส่ตำรวจ แต่ผลกลับตกลงข้างขาตัวเอง

ทำให้ นายฟาอิต โมราติ อายุ 28 ปี ชาวอิหร่าน 1 ในคนร้ายขาขาด 2 ข้าง ซึ่งต่อมาก็สามารถจับกุมได้

นายโมฮัมเหม็ด คาซาอี อายุ 42 ปี ขณะกำลังหลบหนี ส่วน นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ อายุ 31 ปี จับกุม

ได้ที่มาเลเซีย ขณะที่ น.ส.ไลล่า โรฮานี่ อายุ 30 ปี สามารถหนีรอดไปได้ ส่วนปมการลงมือครั้งนี้มีรายงาน

ว่ากลุ่มคนร้ายดังกล่าวพุ่งเป้าโจมตีทูตอิสราเอลในประเทศไทย

ซุปเปอร์คาร์ซิ่งพุ่งชนตำรวจ!!

           เช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. เกิดเหตุรถยนต์สปอร์ตสุดหรู "เฟอร์รารี" พุ่งชนตำรวจ โดยมีการลากรถ

จยย.ตราโล่ ไกลถึง 200 เมตร ส่งผลให้ ดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 40 ปี สายตรวจของ

สน.ทองหล่อ เสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตามรอยคราบน้ำมันไปจนถึงบ้าน ภายในซอยสุขุมวิท 53

 บ้านของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทของเจ้าพ่อกระทิงแดงที่ล่วงลับไปแล้ว คือ นายเฉลียว อยู่วิทยา

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้บานปลายขึ้น เมื่อ สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ

 เจ้าของพื้นที่ นำพ่อบ้านมามอบตัว จนทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ออกอาการ

เกรี้ยวกราดนำกำลังมาล้อมบ้านกดดัน และสุดท้าย นายวรยุทธ์ อยู่วิทยา อายุ 27 ปี บุตรชายนายเฉลิม

อยู่วิทยา พร้อมทนายความเดินทางเข้ามอบตัววงการสีกากีฉาว

            ผลงานเด่นของรัฐบาลชุดนี้ คือการปราบปรามยาเสพติด โดยในรอบปีสามารถจับกุมผู้ต้องหา

รายใหญ่ได้มากมาย แต่ที่ฉาวโฉ่ที่สุด คือ คดี  "ด.ต.มนัส เสือโพธิ์" ตำรวจ สน.ประชาชื่น ผู้ต้องหาขนยาบ้า

จำนวน 1,280,000 เม็ด และยาไอซ์ 5 กก. และพรรคพวก จุดเริ่มต้นของคดี เกิดที่จุดตรวจบนถนน

สายลำปาง-พะเยา  ต.นาแก อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อตำรวจพบรถต้องสงสัยขับแหกด่าน จึงเกิดเหตุการณ์

ไล่ล่าจนรถคนร้ายได้พลิกคว่ำชนรั้วบ้านของชาวบ้าน ตำรวจพบของกลางยาบ้า และยาไอซ์จำนวนมาก

 พร้อมควบคุมลูกน้องดาบมนัส ได้ 1 คน ขณะที่ดาบมนัส ได้จี้รถ จยย. ขับรถหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม

หลังตำรวจทำการกดดันอย่างหนัก "ดาบมนัส" จึงเข้ามอบตัวพร้อมรับสารภาพว่าขนยาลอตใหญ่มาแล้ว

นับ 10 ครั้ง

         ขณะเดียวกันในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ วงการสีกากีก็ฉาวอีกครั้ง เมื่อตำรวจจากกองบัญชาการ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ก็สามารถจับกุม 5 นายตำรวจ จ.น่าน ประกอบด้วย พ.ต.ท.ธรรมนูญ

นาคบัว สว.สภ.อวน ร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย รอง สวป.สภ.อวน  ด.ต.นลธวัช พรรษา ผบ.หมู่งานป้องกัน

ปราบปราม สภ.อวน  ด.ต.อรรถพล คำแสน ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.อวน และ ด.ต.สักกพงษ์

เชียงหนุ้น ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.อวน โดยใช้รถยนต์ตราโล่ ขนยาบ้าถึงล้านเม็ด

ซึ่งหลังถูกจับทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ออกทันที เช่นเดียวกับคดีของดาบมนัส

สาดไฟส่องหน้า ยิง ลูก ส.ส.ชาดา ดับ

            ที่ถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลางดึก วันที่ 21 ส.ค. 

เกิดเหตุยิงกันกลางถนน และมีผู้เสียชีวิตภายในรถ ซึ่งพบว่าเขาคือ นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายหัวแก้ว

หัวแหวนของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา หลังเกิดเหตุหลายสัปดาห์

นายมั่น พูนทรัพย์ อายุ 41 ปี ชาว จ.ราชบุรี วิศวกรรับเหมาโครงการก่อสร้างหมู่บ้านทอสคานา ใน

อ.ปากช่อง ก็ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สารภาพว่าเป็นผู้ยิงนายฟารุตเสียชีวิต โดยอ้างว่า

วันเกิดเหตุขณะขับรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ กลับที่พักในพื้นที่ ต.หมูสี และเกิดปาดหน้าขบวนรถ

ของนายชาดา และนายฟารุตที่ขับผ่านมาพอดีโดยไม่ได้ตั้งใจ มีการเปิดไฟใส่กันและขับปาดหน้ากัน

ไปมา กระทั่งมีการสาดกระสุนปืนเข้าใส่กัน

ไข่มุกแห่งเอเชียลาลับ

กลางดึก วันที่ 10 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจมน้ำอยู่ใน

บ้านพักของตนเอง ภายในบ่อน้ำ บ้านเลขที่ 44/24 หมู่ 1 ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ต้อง

ตกตะลึง เมื่อรู้ว่าร่างไร้ลมหายใจดังกล่าว คือ นางเอกสาวชื่อดัง อรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง หรือ

ชื่อในวงการบันเทิง "ภาวนา ชนะจิต" เจ้าของฉายาไข่มุกแห่งเอเชีย อายุ 69 ปี ซึ่งหลังเกิดเหตุ

ก็มีปัญหาตามมา เมื่อการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการ "ฆาตกรรม" ปมมรดกมหาศาล ซึ่งภายหลังการชันสูตร

พลิกศพ ก็ได้มีการคลายปมว่าเหตุที่เกิดเป็น "อุบัติเหตุ" อดีตนางเอกสาวได้เป็นลมก่อนตกลงไปในบ่อน้ำ

หลานดื้อถึงขั้นลงมือฆ่า

        เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า พบศพ "น้องเบิร์ด" อายุ 13 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.1 ที่บันได

หนีไฟ อาคารยงเจริญคอมเพล็กซ์ ย่านอ่อนนุช กทม. หลังเกิดเหตุ ผู้เป็นยายแท้ๆ ได้มาดูศพด้วยตัวเองด้วย

แต่แล้วสังคมก็ต้องตะลึง เมื่อได้รู้ความจริงว่า ฆาตกรที่ลงมือฆ่าน้องเบิร์ด และนำศพมาทิ้งอำพราง

เป็นยายแท้ ๆ พร้อมสารภาพผิดทั้งน้ำตาว่า ที่ลงมือเพราะโกรธที่หลานไม่เชื่อฟัง แถมยังขู่ทำร้าย

จึงตัดสินใจใช้ไม้ตีที่ท้ายทอยจนเสียชีวิต 

วางยาพิษ 9 ราย ฆ่า 5 ศพ

              เหตุการณ์สุดโหดครั้งนี้ ถูกเปิดเผยครั้งแรก เมื่อมูลนิธิกระจกเงาได้ประสานไปยังตำรวจ

กองปราบฯ ให้เร่งล่าคนร้ายวางยาพิษใส่ในกาแฟเพื่อหวังฆ่าคนขับรถรับจ้าง และในกลางเดือนเมษายน

ตำรวจก็สามารถจับกุม นายนิรุต หรือ จำลอง สอนคำหาร ฆาตกรต่อเนื่อง 5 ศพ และลงมือก่อเหตุถึง 9 คดี

ติดต่อกันในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ทั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมด้วยการว่าจ้างรถกระบะเพื่อ

ขนของเดินทางลงใต้ เมื่อแวะเข้าปั๊มริมทาง ก็จะซื้อเครื่องดื่มผสมยาพิษให้กับคนขับดื่ม เมื่อยาออกฤทธิ์

ก็นำร่างที่กำลังทุรนทุรายไปทิ้งริมทาง โดยไม่สนใจ "ความเป็นตาย" อีก เพียงหวังแค่ชิงรถเพื่อ

นำไปขายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจับกุมได้ นายนิรุต ก็ได้จบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอตายภายใน

ห้องขัง สภ.คลองวาฬ

หญิงคลั่งยาฆ่าหั่นศพผัว โยนหัวลงคลอง

              คดีที่สยดสยองที่สุด ในปี 2555 ต้องยกให้คดี "ฆ่าหั่นศพผัว" เมื่อวันที่ 7 ต.ค. หลังจาก เหตุเกิดที่

อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย เมื่อ น.ส.พรสุรีย์ ดีแผ่ว อายุ 36 ปี ลากกระเป๋า

ใบใหญ่ลงจากที่พัก แต่ด้วยความที่ทีน้ำหนักผิดปกติ เจ้าหน้าที่ รปภ. จึงได้เปิดดู และต้องผงะกับภาพ

อันสยดสยอง เมื่อพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกหั่นเป็นท่อน ๆ ถูกยัดในกระเป๋า โดยที่ไม่พบศีรษะ และอวัยวะบางส่วน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเจ้าหน้าที่ประดาน้ำ ก็ได้ค้นพบ ศีรษะผู้ตาย และอวัยวะทั้งหมด ซึ่งพบว่าผู้ตายเป็น

สามีของผู้ก่อเหตุที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ หลังถูกควบคุมตัว สาวคลั่ง ก็ได้พร่ำเพ้อถึงเรื่องเทพเจ้า ซึ่งอาการ

ดังกล่าว อาจจะมีสาเหตุมาจากการเมายาเสพติด

เก้าอี้ฟาดหน้าทวงนาฬิกา

            สะท้านวงการโลกไซเบอร์ เมื่อมีคลิปหญิงสูงวัยในชุดแม่บ้านของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

ถูกนักเรียนชาย วัย 17 ปี ใช้เก้าอี้พลาสติกฟาดเต็มแรงเข้าหน้า จนล้มทั้งยืน ทั้งที่ได้มีการเจรจา

และยกมือไหว้ขอโทษขอโพยแล้ว ภายหลังเกิดเหตุ เด็กหนุ่มเลือดร้อนได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

พร้อมเผยสาเหตุว่า เข้าใจว่าป้าคนดังกล่าวแอบขโมยนาฬิกาข้อมือยี่ห้ออาร์มานี ในราคา 15,000 บาท

ไป ขณะฝ่ายหญิงสูงวัยก็ยืนยันว่าไม่ได้ขโมยเพราะเก็บได้จากกลางถนน.

10ข่าว เกษตร เด่นแห่งปี

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ข่าว, เกษตร,

“ยุคล” ประกาศนโยบาย “Smart Farmer”ก้าวใหม่เกษตรกร

สำหรับปี 2555 ถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของวงการเกษตรอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐมนตรี

เจ้ากระทรวงจาก นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นยุคของ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ที่ได้ประกาศ “เกษตรกรไทย

เป็น Smart Farmer โดยมี Smart Officer เป็นเพื่อนคู่คิด”โดยให้หลักการSmart Farmer ว่าเกษตรกร

จะต้อ มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่, มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ, มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและ

ความปลอดภัยของผู้บริโภค, มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม, มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร

และ มีความรักเกษตรกรเหมือนญาติ ส่วนSmart Officers หรือข้าราชการกระทรวงเกษตรจะต้อง

มีความรอบรู้ทางวิชาการและนโยบาย, ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกร, สร้างความเข้มแข็

งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร, มุ่งนำเกษตรกรสู่ Green Economy และ Zero waste agriculture

 และมีความภาคภูมิใจในองค์กรและความเป็นข้าราชการ

นอกจากนี้ยังได้ประกาศยกเครื่องข้อมูลทางด้านเกษตรครั้งใหญ่ โดยให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตรของ

กระทรวงเกษตรฯ มีข้อมูลทั้งแหล่งผลิต ฤดูกาลที่ผลผลิตออก ปริมาณผลผลิต สภาพภูมิอากาศ ราคาสินค้า

การตลาดทั้งในและนอกประเทศ ปัจจัยการผลิต การเตือนภัย โดยเชื่อมกับศูนย์ข้อมูลของสำนักงาน

เศรษฐกิจการเกษตร โดยให้ศูนย์สารสนเทศจัดตั้งเป็น War Room เชื่อมข้อมูลลงทุกจังหวัด เพื่อให้

ข้าราชการนำไปแนะนำเกษตรกร รวมทั้งยังประกาศเรื่อง Zoning สินค้าเกษตรทุกชนิดในจังหวัด

มีทะเบียนเกษตรกร ที่ตั้งฟาร์ม แหล่งรวบรวมผลผลิต และกระจายสินค้าการตลาดภายในภายนอกจังหวัด

 แหล่งแปรรูป ต้นทุน ราคา การตลาด สภาพดิน แหล่งน้ำ ฤดูกาล ฯลฯ เพื่อนำไปสู่การวางแผน

Zoning สินค้าเกษตรให้แล้วเสร็จในปี 2556 นี้

ตื่นการเตรียมความด้านเกษตรฯสู่ AEC

ตามที่กรมประเทศสมาคมอาเซียนได้ประกาศลงนามเข้าสู่เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC

ในปี2558 นี้ ทำให้ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมสำรวจจุดได้เปรียบเสียเปรียบ หรือ

ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทั้งการค้า การลงทุน ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เช่นกันได้มี

การจัดทำยุทธศาสตร์ แผนงานที่จะให้การเกษตรไทยเป็นผู้นำในอาเซียน ประสานความร่วมมือระหว่าง

เกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร เพื่อพัฒนาให้การเกษตรไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาใน

ภูมิภาค และดำเนินการด้านธุรกิจการเกษตรและอาหาร ทั้งป้อนอาหารแก่อาเซียน รวมถึงการใช้เวที

อาเซียนเป็น Spring board ส่งสินค้าไปจำหน่ายทั่วโลก

ทั้งนี้โดยดำเนินการเรืองการกำหนดมาตรฐานการผลิต แปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร โดย

มกอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมใช้มาตรฐานเดียว และผลักดันให้เกิดมาตรฐานอาเซียน เตรียม

ปรับปรุงกฎระเบียบ รวมทั้งภาษีให้เอื้อต่อการร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งด้านการลงทุน

เคลื่อนย้ายแรงงาน การนำสินค้าเข้า-ออก-ผ่านประเทศ ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯรวบรวมปัญหาต่างๆ

จากทุกหน่วยงาน และแนวทางการพัฒนาร่วมของประเทศเพื่อนบ้าน ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวง

เกษตรฯ ตั้ง Office เพื่อดูแลเรื่อง ASEAN โดยเฉพาะ AEC และเงื่อนไขทางสังคมที่เกี่ยวกับความมั่นคง

และปลอดภัยของอาหารในอาเซียน และเร่งดำเนินการพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพสินค้า

เกษตรและอาหาร โดยมุ่งเป้าไปเป็นผู้รับรองห้องปฏิบัติการเอกชน จัดทำแผนและเป้าหมาย เพื่อเพิ่ม

ศักยภาพการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งเร่งรัดและดำเนินการให้เกิด Q-Farm ,

 Q-Product , Q-Factory และ Q- Restaurants ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการบูรณาการด่าน

ต่างๆของทุกหน่วยงาน ร่วมกับศุลกากรทำให้เกิด One Stop Service สินค้าเกษตร ถือว่าเป็นอีก

งานหนึ่งที่ดำเนินเรื่อง AEC เข้มข้นและจะมีผลต่อเนื่องไปในปี2556 นี้

โครงการรับจำนำข้าวแสนอื้อฉาวแห่งปี

โครงการรับจำนำสินค้าสินค้าเกษตร ดำเนินการมาทุกยุคทุกสมัย อาจจะเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นการประกัน

ราคา อะไรบ้างก็ตาม แม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่ใช่หน่วยงานหลักในการดำเนินการรับจำนำ

 แต่กระทรวงเกษตรฯก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรและออกใบรับรอง, การกำหนด

ผลผลิตเฉลี่ยแต่ละชนิดของสินค้าเกษตรที่รัฐบาลกำหนดให้มีการรับจำนำ และยังเป็นจุดรับจำนำบาง

สินค้าเช่นข้าวเปลือก โดยมีองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และสหกรณ์การเกษตร ที่อยู่ภายใต้

การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับจำนำข้าวเปลือกให้กับเกษตรกรที่เข้า

ร่วมโครงการ ซึ่งรอบปีที่ผ่านมาเนื่องจากรัฐบาลกำหนดราคารับจำนำสูง มีการกล่าวหากันว่าปริมาณ

ข้าวเข้าโครงการมากกว่าปกติ สงสัยจะนำข้าวจากนอกประเทศมาจำนำ หรือมีการสวมสิทธิ์ เวียนเทียน

ซึ่งกระทรวงเกษตรปฏิเสธรับผิดชอบไม่ได้

อย่างไรก็ตาม โครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลปัจจุบัน แม้จะมีการ

ทักท้วงจากหลายฝ่าย นักวิชาการต่างๆ รัฐบาลนี้ก็จะดำเนินการรับจำนำต่อไป โดยเฉาะสินค้าเกษตร

3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งรวมกันคิดเป็น 80% ของครัวเรือนเกษตร

ทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5.8 ล้านครัวเรือน หากเกษตรกรเหล่านี้มีปัญหา หน่วยงานแรกๆที่

เกษตรกรในพื้นที่ก็มักจะมาแจ้งหรือร้องเรียนกับเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด ให้ช่วยเหลือ

แก้ไขปัญหาเสมอ กระทรวงเกษตรฯ ก็ตกเป็นเป็นจำเลยเรื่องความไม่โปร่งใสในโครงการเหล่านี้ไปด้วย

อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ข่าวจำนำข้าวจึงเป็นข่าวอื้อฉาวแห่งปีของกระทรวงเกษตรไปด้วย

โครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราล้มเหลว

จากปัญหาราคายางพาราในประเทศตกต่ำตั้งแต่ปลายปี 2554 ทำให้รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ให้ช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร

เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง อนุมัติงบงวดแรก 1.5 หมื่นล้านบาท และงวดที่ 2 ครม.มีมติ วันที่ 18

กันยายน 2555 อนุมัติงบเพิ่มอีก 3 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท ล่าสุดงบดำเนินโครงการ

เหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลยังอยู่ระหว่างปรับปรุงเงื่อนไขในการปฏิบัติเพื่อลดช่องว่างข้อพกพร่อง

ของโครงการที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพราะโครงการนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารโครงการมากหลายรอบมาก จากเป้าหมายเดิม

คือการให้สถาบันเกษตรกรที่เป็นนิติบุคลเท่านั้น กู้เงินปลอดดอกเบี้ยจากธนาคารเพื่อการเกษตรและ

สหกรณ์การเกษตร(ธกส.) และให้องค์การสวนยาง (อสย.)ไปรับซื้อยางในราคานำตลาดกลางเพื่อเก็บ

เข้าสต็อกให้ได้ 10% ของปริมาณยางในตลาดหรือประมาณ 3 แสนตันแล้วจะทำให้ราคายางปรับสูงขึ้น

แต่เมื่อบริหารโครงการมาระยะหนึ่งราคาไม่มีแนวโน้มว่าราคายางจะปรับสูงขึ้น จึงได้มาเปลี่ยนเงื่อนไข

เป็นการรับซื้อโดยไม่อ้างอิงราคาตลาดกลางยางพาราโดยรับซื้อที่กิโลกรัมละ 100 บาท และเปิดให้

เกษตรกรสวนยางที่จัดเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขายยางในโครงการได้ เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย

ได้เข้าร่วมโครงการได้ทั่วถึง มีข้อกล่าวหาว่ามีการสวมสิทธิ์กันอย่างมากมาย แม้จะเปลี่ยนประธาน

บริหารโครงการจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ความชัดเจนของการบริหาร

จัดการโครงนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่และจะเป็นปัญหาต่อไป

แล้งสุดในรอบ 10 ปีห้ามทำนาในพื้นที่ชลประทาน 5 เขื่อน

จากผลการประชุมของคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 255/2556 แจ้งงว่ามีปริมาณน้ำใน

เขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศโดยรวมมี 55,268 ล้านลบม.ซึ่งน้อยกว่าปี 2554ประมาณ 18%

 แบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 31,469 ล้านลบ.ม. กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้

กำหนดแผนการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนทุกภาคกิจกรรม 23,570 ล้านลบ.ม. คาดว่าจะส่งเสริมการ

ปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศได้ 16.62 ล้านไร่ แบ่งเป็นข้าวนาปรัง 13.99 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน

8.44 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 5.55 ล้านไร่ พืชผักผลไม้ 2.63 ล้านไร่ สำหรับในเขตลุ่มเจ้าพระยา

23 จังหวัดกำหนดปลูกพืช 9.60 ล้านไร่ เป็นข้าว 9.17 ล้านไร่ พืชไร่พืชผัก 4.3 แสนไร่

นอกจากนี้ ยังพบว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำน้อยมากทำให้สามารถ

จัดสรรน้ำให้ได้เพียง 1.96 ล้านไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตนาปรังประมาณ 11 ล้านตันข้าวเปลือกเท่านั้น

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือปีนี้มีปริมาณน้ำน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี ทำให้ต้องลดพื้นที่การส่งเสริม

จากปี 2554 อยู่ที่ 3.5 ล้านไร่เหลือ 1.9 ล้านไร่ โดยพื้นที่นาปรังลดจาก 2.8 ล้านไร่เหลือเพียง 1.3 ล้านไร่

โดยพื้นที่นาปรังที่ลดลงส่วนมากอยู่ในพื้นที่ชลประทาน 5 โครงการคือโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา

หนองหวายจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ข่อนแก่น โครงการลำปาว จ. กาฬสินธุ์ โครงการมูลบน-ลำแซะ

โครงการลำตะคอง จ.นครราชสีมา โครงการห้วยหลวง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นผลมาจากฝนทิ้งช่วงและ

มีการปล่อยน้ำเพราะกลัวน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นหน้าที่คณะกรรมบริหารจัดการ

น้ำและอุทกภัย ต้องคิดใหม่ทำใหม่เสียแล้วสำหรับปี 2556 นี้

ปีแห่งการผลัดใบระดับผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2555 ถือว่าเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารตั้งแต่ระดับนโยบายนั้นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ตั้งรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงปลายปี 2554 กระทรวงเกษตรฯยังเป็นโควตาของกระพรรคชาติไทยพัฒนา ที่นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาล นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ จากพรรคเพื่อไทย มาเป็นรัฐมนตรีช่วย ขนถึงต้นปี2555 ได้มีการปรับคณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยได้ส่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรีช่วย ในเดือนมกราคม จนถึงเดือนกันยายน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ได้ปรับครม.อีกรอบพรรคเพื่อไทยได้ส่งนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มาเป็นรมช.เกษตรฯ ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา นายธีระ ลาออก ทางพรรคก็ได้ส่งนายยุคล ลิ้มแหลมทอง มาเป็นรมว.กระทรวงเกษตรฯ พร้อมกับและได้เพิ่มนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ จากรมช.กระทรวงพาณิชย์ มาเป็นรมช.เกษตรฯอีกคน

ด้านข้าราชการประจำ ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯตั้งแต่ปลัดกระทรวงได้เปลี่ยนจากนางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ มาเป็นายชวลิต ชูขจร ที่กล่าวกันว่าพลิกโผหักปากกาเซียนตัวเต็งอย่างนายชลิต ดำรงศักดิ์ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ในระดับอธิบดีก็มีการย้ายแบบฟ้าผ่าที่กรมชลประทาน  จากนายชลิต ดำรงศักดิ์ เป็นนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และที่ปรับเปลี่ยนตามวาระเกษียณอายุราชการ มีนกรมวิชาการจากนายจิรากร โกสัยเสวี เป็นนาย ดำรง จิระสุทัศน์ กรมพัฒนาที่ดิน จากนายธวัชชัย สำโรงวัฒนา เป็นนายเกรียงศักดิ์ หงส์โต กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จากนายจักรกรีสุจริตธรรม เป็นนายวิจักร อากับปกริยา จึงถือได้ว่าปี2555 เป็นปีแห่งการผลัดใบของกระทรวงเกษตร

ยกฐานะสำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นกรม

ความพยายามที่จะยกสถานะสำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นั้นได้ดำเนินการมาหลายปีจนถึงปี2555 นี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 กันยายน ได้พิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยที่ประชุมมีมติ 350 ต่อ 1 เสียง เห็นชอบให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 3 ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการ

แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 เพื่อยกฐานะสำนักฝนหลวงและการ

บินเกษตร ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็นกรมฝนหลวงและ

การบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการจัดตั้งเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้น

ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการปฏิบัติการฝนหลวงเป็นไปอย่างรวดเร็ว

มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและมีความคล่องตัวในการบูรณาการภารกิจร่วมกับส่วนราชการอื่น ต่อมาเมื่อวันที่

15 ตุลาคม 2555 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 109 ต่อ 8 เสียงรับหลักการวาระที่ 1 ของร่าง พ.ร.บ.

ปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม (ฉบับที่ ...) พ.ศ.... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ตามที่สภา

ผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้พิจารณา

และกำหนดให้วุฒิสภาแปรญัตติได้ภายใน 7 วัน ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะยกฐานะสำนักฝนหลวง

และการบินเกษตรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็นกรมฝนหลวงและการบิน

เกษตร ได้สำเร็จในปีนี้

ปีทองของมกอช.ออกมาตรฐานสินค้าเกษตร

นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ในฐานะ

ผู้ร่วมก่อตั้ง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2537 มีการบังคับใช้ความตกลงด้านสุขอนามัยและสุขอ

นามัยพืชต่างๆ และใช้มาตรการด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร ควบคุมการส่งออกนำเข้า

สินค้าเกษตรและอาหาร ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญในการแข่งขัน

ทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารในต่างประเทศ จึงสำนักงานมาตรฐานและตรวจสอบสินค้าเกษตร

 (สมก.) ในปี2540 จนกระทั่งพระราชบัญญัติปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม มีผลบังคับ

ใช้เมื่อปี 2545 เปลี่ยนสำนักงานมาตรฐานและการตรวจสอบสินค้าเกษตร เป็นสำนักงานมาตรฐานสินค้า

เกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ได้กำหนด

มาตรฐาน ได้ดำเนินการจัดพิมพ์มาตรฐานสินค้าเกษตรมาตลาดจนกระทั้งปีนี้ถือว่าเป็นปีทองที่ได้ออก

มาตรฐานถึงจำนวน 13 เรื่อง ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่มีหน่วยงานนี้ ประกอบด้วย1. การปฏิบัติทางการ

เกษตรที่ดีสำหรับหญ้าแห้งแพงโกลา2. หลักปฏิบัติสำหรับสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ 3. ชมพู่

4. หญ้าแพงโกลาสด5. ถั่วลิสงแห้ง 6. เกษตรอินทรีย์7. ข้าวโพดหวาน8. การชันสูตรโรคเคเอชวี

 9. การปฏิบัติทางการเพราะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเลระบบชีวภาพ10. ละมุด

11. การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งก้ามกราม 12. มะพร้าว 13. หัวพันธุ์

ไม้ดอกกลุ่มปทุมมาและกระเจียว

มะพร้าวราคาตกต่ำและศัตรูพืชระบาดหนัก

ในช่วงต้นปี2555 ราคามะพร้าวผลได้ทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็วถึงลูกละกว่า 20 บาท ทำให้ชาวสวน

มะพร้าวลืมตาห่าปากได้ แต่พอช่วงกลางปีเป็นต้นมาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างรวดเร็วอย่างน่าใจหาย

จากที่เคยได้ราคาลูกละกว่า 20 บาทลดลงเหลือแค่ 4-5 บาท จนถึงขณะนี้หากพ่อค้าไปซื้อถึงสวน

เกษตรกรได้แค่ละละ 1-2 บาทเท่านั้น ชาวสวนบอกว่าไม่รู้สาเหตุที่ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำว่ามา

จากอะไรกันแน่ แรก ๆ ก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นไปตามกลไกตลาดที่พ่อค้าคนกลางกล่าวอ้าง แต่ที่แน่ ๆ

ราคาอย่างนี้ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลายคนคาดเดาว่าน่าจะเป็นผลมาจากรัฐบาลปล่อยให้มี

การนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามามากเกินไป ล่าสุดแม้ว่ารัฐบาลได้อนุมัติเงินช่วยเหลือมาแก้ปัญหาราคามะพร้าว แต่ เป็นการช่วยเหลือของภาคภาครัฐที่ไม่ตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นปีแห่งการระบาดของศัตรูพืช 4 ชนิด คือ แมลงดำหนาม หนอนหัวดำ หนอนพาราซา และด้วงแรด โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกมะพร้าวในพื้นที่หลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่ประจวบ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ลุกลามลงไปถึงจังหวัดสุราษฏร์ธานีรวมพื้นที่หลายแสนไร่ นับว่าเป็นปีแห่งฝันร้ายของเกษตรกรชาวนสวนมะพร้าวอย่างแท้จริง

ปีทองแห่งการปรับปรุงคูคลองประตูระบายส่งน้ำ

สืบเนื่องจากมหาอุกทกภัยปี2554 ทำให้มีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท และสิงห์บุรี โดยได้รับงบประมาณ งบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ รวมจำนวน 2,120 รายการ วงเงินรวมกว่า 11,225 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีการดำเนินงานซ่อมแซมฟื้นฟูอาคารชลประทานในพื้นที่อื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งได้ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงและความพร้อมของอาคารชลประทานและเครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมรับกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการดูแลประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองหรือแหล่งน้ำด้วยการขุดลอกให้น้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวก รวมทั้งเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำและวางแผนติดตั้งในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงนับว่าปี2555เป็นปีแห่งการปรับปรุงระบบชลประทานขนานใหญ่แห่งปี

เด็กไทยรอบปี 55 น่าห่วง ขาดทักษะชีวิต ติดเหล้าบุหรี่ไม่ลดลง

http://www.enn.co.th/5783

           เผยสภาวการณ์เด็กไทยปี 55 ยังน่าห่วง ขาดทักษะชีวิต ติดน้ำอัดลมเพิ่ม ไม่ทานข้าวเช้า อารมณ์เสียง่าย 1 ใน 5 ยอมรับมีเซ็กซ์ก่อนแต่งงาน ร้อยละ 30 รู้เรื่องอุปกรณ์คุมกำเนิดและกามโรค เด็กติดเหล้า บุหรี่ การพนัน ไม่ลดจำนวนลง ชี้การไม่อยู่กับพ่อแม่และเรียนไม่ดีเป็นผลตรงต่อพฤติกรรมเสี่ยง

 

               นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ ในโครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการวิเคราะห์สภาวการณ์และ ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน (ไชล์ดวอทช์) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยถึงผลการวิจัยติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนในรอบปี 2555 ในด้านความแข็งแรง การบริโภคและสุขภาพจิต พบว่ามีเด็กอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์ร้อยละ 6.98 ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 7.13 ในปี 2554 เช่นเดียวกันจำนวนเด็กผอมหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ก็ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 2.12 ในปี 2554 มาเป็นร้อยละ 2.01 ในปี 2555 แต่มีจำนวนเด็กที่ติดน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 36 จากร้อยละ 32 ในปี 2554 และมีเด็กเพียงร้อยละ 49 ที่รับประทานข้าวเช้าเป็นประจำ ส่วนด้านสุขภาพจิต เด็กที่เคยเครียดจนมีอาการทางกาย เช่น อาเจียนถึงร้อยละ 40 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34 ในปี 2554 เด็กร้อยละ 24 ระบุว่าตนอารมณ์เสียหงุดหงิดง่าย และมีเพียงร้อยละ 35 ที่ระบุว่าตนสามารถคุมอารมณ์เวลาโกรธหรือผิดหวังได้ดี

             ในการสำรวจยังพบข้อน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับนิสัยการบริโภคของเด็ก เช่น มีเด็กเพียงร้อยละ 19 ที่อ่านฉลากส่วนประกอบอาหารหรือเครื่องดื่มที่ซื้อ มีเด็กร้อยละ 13 ที่ระบุว่าตนมักป่วยหรือไม่สบายเป็นประจำ และมีเด็กเพียงร้อยละ 36 หรือประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ใส่หมวกกันน็อกเป็นประจำเวลาขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเด็กที่อยู่กับพ่อแม่มีแนวโน้มความเจ็บป่วยน้อยกว่า และได้ทานอาหารเช้าเป็นประจำมากกว่า ในขณะที่เด็กที่ผลการเรียนอยู่ในระดับ 2.5 ขึ้นไปมีนิสัยการบริโภค การอ่านฉลากอาหารมากกว่าเด็กที่ผลการเรียนต่ำกว่า 2.5 ขณะที่เด็กที่ไม่อยู่กับพ่อแม่มีแนวโน้มอาการเครียดสูงกว่าเด็กที่อยู่กับพ่อแม่

ด้านสภาวการณ์ความเสี่ยงด้านค่านิยมทางเพศ ความเสี่ยงด้านอบายมุขและความรุนแรงพบว่าเด็กโดยเฉลี่ยร้อยละ 20 ยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ในขณะเดียวกันมีเด็กเพียงร้อยละ 30 ที่ระบุว่าตนมีความรู้เรื่องอุปกรณ์คุมกำเนิดและการติดต่อของกามโรคเป็น อย่างดี และมีเด็กถึงร้อยละ 45 ที่ยอมรับการที่วัยรุ่นยุคนี้พกถุงยางอนามัยติดตัว ขณะที่เด็กเพียงร้อยละ 39 พอใจกับการสอนเพศศึกษาในปัจจุบัน และมีเด็กเพียงร้อยละ 15 และ 22 ตามลำดับที่ปรึกษาปัญหาเรื่องเพศกับครูและผู้ปกครองได้

ส่วนด้านอบายมุขและความรุนแรงพบว่ายังใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เด็กร้อยละ 10 สูบบุหรี่เป็นประจำและร้อยละ 12 ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ร้อยละ 7 เล่นพนันฟุตบอลเป็นประจำและร้อยละ 9 พบเห็นการเสพยาเสพติดร้ายแรงในสถานศึกษาเป็นประจำ เด็กร้อยละ14 เคยพบเห็นการพกพาอาวุธและการทำร้ายร่างกายในสถานศึกษา ร้อยละ 10 เคยถูกกรรโชกรีดไถในสถานศึกษา และมีเด็กถึงร้อยละ 20 ที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ชอบใช้ความรุนแรง ร้อยละ 7 อยู่ในครอบครัวที่มีการกระทำรุนแรงกับเด็ก และร้อยละ 9 อยู่ในโรงเรียนที่มีการกระทำรุนแรงต่อนักเรียน ทั้งนี้ เด็กที่ไม่อยู่กับพ่อแม่และระดับความสำเร็จทางการเรียนต่ำมีอัตราความเสี่ยงสูงกว่า

              “เด็กกว่า 1 ใน 3 ที่ยังขาดทักษะชีวิตทั้งจากครอบครัว โรงเรียนและชุมชน อยากเห็นทุกฝ่ายเข้าร่วมกันผลักดันการสอนทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้ม กันให้เด็กตั้งแต่เล็กอย่างจริงจัง โดยเฉพาะโรงเรียน ที่ต้องหันมาทบทวนบทบาทความสำคัญของตนในการขับเคลื่อน เรื่องทักษะชีวิตเด็กร่วมกับครอบครัวและชุมชน และควรดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กเรียนอ่อนเรียนช้าอย่างจริงจังเป็นระบบ เน้นการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ให้กับเด็กในการเรียนไม่ปล่อยให้มีเด็กศักดิ์ศรีบกพร่อง ถอดใจและพาตัวเข้าสู่พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ขณะที่มีกว่า 7 ล้านครอบครัวที่เด็กไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากับพ่อและแม่” ดร.อมรวิชช์กล่าว.-สำนักข่าวไทย

สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “ที่สุดแห่งปี” ซึ่งทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 15  ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม

 

ที่สะท้อนออกมาในด้านหน่วยงาน บุคคล ที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันตลอดปี 2555 โดยขั้นตอนแรกได้ทำการสำรวจเป็นคำถามปลายเปิดที่ให้แต่ละคนได้นำเสนอที่ตนเองชื่นชอบ จากนั้นจึงนำคำตอบที่ได้ที่มีคะแนนสูงสุดมาทำเป็นตัวเลือกให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกอีกครั้งหนึ่ง  และจะสรุปเป็นฐานข้อมูลซึ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่และความคาดหวังของคนไทย  โดยในปี 2555 นี้ ได้สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 6,168 คน ระหว่างวันที่ 10 – 29 ธันวาคม 2555  สรุปผลได้ดังนี้

 1.  เหตุการณ์ในประเทศไทยที่มี “ความสุข” และ “เศร้า” มากที่สุด

เหตุการณ์ในประเทศไทยที่มี “ความสุข”    (%)   

วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา    74.59   

ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง    18.27   

วันหยุดตามเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์     7.14   

เหตุการณ์ในประเทศไทยที่ “เศร้า”    (%)

คนไทยขาดความสามัคคี ปรองดอง    51.26

เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้    37.48

เด็กนักเรียนยกพวกตีกัน    11.26

2.  “นักร้องเพลงไทยสากลชาย-หญิง” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

 ** เบิร์ด ธงไชย ถูกยกให้เป็นที่สุดของนักร้องยอดนิยมของมหาชน**

       ส่วนในปี 2555 นักร้องเพลงไทยยอดนิยมชาย ได้แก่

นักร้องเพลงไทยสากลชาย    (%)    นักร้องเพลงไทยสากลหญิง    (%)

ตูน บอดี้แสลม    46.85    ดา เอ็นโดรฟิน    62.20

บี้ เดอะสตาร์    27.04    ปาล์มมี่    23.47

แสตมป์    26.11    ลุลา    14.33

นักร้องเพลงไทยสากลหญิง    (%)

ดา เอ็นโดรฟิน    62.20

ปาล์มมี่    23.47

ลุลา    14.33

3.  “นักร้องลูกทุ่งชาย” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

นักร้องลูกทุ่งชาย    (%)   

ไผ่ พงศธร    58.93   

บ่าววี    22.29

แช่ม แช่มรัมย์    18.78   

“นักร้องลูกทุ่งหญิง” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

นักร้องลูกทุ่งหญิง    (%)

ตั๊กแตน ชลดา    47.74

ต่าย อรทัย    31.15

ใบเตย อาร์สยาม    21.11

“ดาราชาย” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

** เคน ธีรเดช-อั้ม พัชราภา ถูกยกให้เป็นที่สุดของดารายอดนิยมของมหาชน**

ส่วนในปี 2555  ดาราชายยอดนิยม ได้แก่

ดาราชาย    (%)   

ณเดช คูกิมิยะ    51.12

หมาก ปริญ    27.25   

เวียร์ ศุกลวัฒน์    21.63   

ดาราหญิง    (%)

ชมพู่ อารยา    51.68

ญาญ่า อุรัสยา    29.64

เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ    18.68

5.  “นักกีฬาชาย-หญิง” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

นักกีฬาชาย    (%)   

บัวขาว บัญชาเมฆ (ป.ประมุข)    48.88   

แก้ว พงษ์ประยูร    36.46   

ธีรศิลป์ แดงดา    14.66   

นักกีฬาหญิง    (%)

ปลื้มจิตร์ ถินขาว    63.24

อรอุมา สิทธิรักษ์    19.59

รัชนก อินทนนท์    17.17

6.  “นักการเมือง-หญิง” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

นักการเมืองชาย    (%)   

ทักษิณ ชินวัตร    40.62

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ    33.60   

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์    25.78   

นักการเมืองหญิง    (%)

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร    48.49

ปวีณา หงสกุล    35.52

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์    15.99

7.  “นักการศึกษา” ที่ “ชื่นชอบ” มากที่สุด

อันดับ 1    ท่าน ว.วชิรเมธี    67.18%

อันดับ 2    รศ.สุขุม นวลสกุล    17.53%

อันดับ 3    ดร.เสรี วงศ์มณฑา    15.29%

8.  “ความหวังในปีหน้า 2556”

อันดับ 1    ในหลวงทรงมีพลานามัยแข็งแรง    56.26%

อันดับ 2    คนไทยสามัคคี ปรองดอง/ประเทศชาติสงบสุข    25.05%

อันดับ 3    เศรษฐกิจดีขึ้น /ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง    18.69%

9.  “คำอธิษฐาน” ที่อยากขอในวันปีใหม่

อันดับ 1    ขอให้ตัวเองและครอบครัวมีความสุขความเจริญ     36.19%

อันดับ 2    ขอให้คนไทยรักใคร่ สามัคคี ปรองดอง    33.62%

อันดับ 3    ขอให้ประเทศชาติสงบสุข เจริญรุ่งเรือง    30.19%

                                       

 

  Read : 603 times

 

 

 

 

 




สาระพิเศษ

วิสัยทัศน์ที่นำเสนอในการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์
สำรวจคนเด่นดัง ลงสรรหาสปช. โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 29 สิงหาคม 2557 17:04 article
หลายเครือข่ายจับมือร่วมหุ้นปฏิรูปการศึกษา ยื่นข้อเสนอ คสช. ฉบับทำทันที วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน 2557 เวลา 17:00 น. โดย จารุวรรณ เนนสุทัพhttp://www.isranews.org/isranews-news/item/30419-edu14.html
“กระทรวงศึกษาดอทคอม “ คือ อนาคตที่อยากเห็น article
ฉ้อราษฎร์ในวงการก่อสร้าง article
โพสต์ทูเดย์ แรงบันดาลใจ12ปี article
เปิดแนวคิดใหม่ พิชิตคอร์รัปชัน พัฒนาธรรมาภิบาล รวม 6ตอน โดย : ศาสตราจารย์ ดร. โรเบิร์ต คลิตการ์ด article
ทิศทางการลงทุนในปี 2557 แนะนำโดยกูรูนักลงทุนจากหลากหลายสำนัก article
วางแผนการเงินให้รวยด้วยตัวเอง รวม10 ตอน article
ข้อแนะนำ30ข้อเพื่อการลงทุนในกองทุนรวม
รวมข้อคิดก่อนซื้อกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ : ควรซื้อหรือไม่ จังหวะใด เสี่ยงแค่ไหน article
ข้อต้องระวังในการลงทุนในช่วงตลาดผันผวน article
ลงทุนกองทุนรวม ให้ถูกตัว ถูกราคา ถูกเวลา article
ลงทุนกองทุนรวมอย่างมีชั้นเชิงและจังหวะ article
กลยุทธ์การลงทุนในกองทุนรวม article
วาระประเทศไทยปี 2557 article
เราควรออกไปเลือกตั้งหรือไม่ เสนอ3ความคิดเห็น article
ชำแหละวิธีการเลือก 6 กองทุนหุ้นปันผลที่ดีที่สุดในประเทศ article
แฉแก๊งต้มตุ๋นแอบอ้างชื่อ กองทุนรวม หากิน!
ข้อเสนอต่อต้านคอร์รัปชั่น
สรุปข่าวการเมืองและสังคมในรอบปี2556 article
สรุปข่าวดังจากทั่วโลก article
สรุปข่าวเศรษฐกิจปี2556 article
สรุปข่าวเด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี article
อวยพรปีใหม่ article
สุดยอดแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษา สุขภาพและการใช้งานไอที article
การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาไทยในทศวรรษหน้า article
ลักษณะอุปนิสัยของข้าราชการไทยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ article
ภาษีสามีภริยา (ตอนที่1-8) article
ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ article
เยาวชนคุณธรรม นำสู่เยาวชนคุณภาพ article
ครูสะท้อนผ่านสวนดุสิตโพล เบื่อการเมืองไทย" หนักใจโกงกินทุจริต ฝากให้เห็นแก่ประโยชน์ชาติ article
สรุปเหตุการณ์สำคัญ ด้านเศรษฐกิจ 10 เรื่องดัง แห่งปี 55 article
สรุปข่าวต่างประเทศแห่งปี 2555 article
อุทาหรณ์จากอุทธรณ์และร้องทุกข์ของข้าราชการ article
แบบทดสอบความเสี่ยงการกระทำผิดวินัยของข้าราชการ article
ถอดรหัสคุณธรรม article
คนไทยสุดเอือมระอาข้าราชการรีดไถ-รัฐมนตรีเจ้ายศ article
ข้อแนะนำหลังน้ำท่วมจะต้องทำอะไรบ้าง รวม4บทความจาก4กูรู article
การปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์และคำวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของ ก.พ.ค. article
ปัญหาในการย้ายและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนที่เกี่ยวกับนักการเมืองและนำไปสู่การร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. article
ประมวลจริยธรรมและการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ article
สรุปข่าวการเมืองโลกและไทยส่งท้ายปี2554 article
ก.พ.ค.เผยแพร่ หนังสือ “ก.พ.ค.ผู้พิทักษ์ระบบคุณธรรม” article
สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งท้ายปี2554 และต้อนรับปี2555 article
การบริหารราชการตามระบบคุณธรรม article
หลักนิติธรรมกับการบริหารงานมหาวิทยาลัย
ป.ป.ช." ติด"อาวุธใหม่ "ปราบทุจริต ปิดรูโหว่ ! ซุก"ตปท."ซ่อน"นอมินี"โกงแล้วหนี
แนวทางการส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา article
แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการพลเรือน article
สรุปข่าวสังคมส่งท้ายปี2554 ต้อนรับปี2555 article
ภูมิต้านทานคอรัปชั่น รวม10ตอน article
37 อุทาหรณ์ก่อนทำผิดถึงขั้นต้องอุทธรณ์ article
แนวทางการปฏิรูปการศึกษาเพื่อมุ่งสู่การเสริมสร้างพลังอำนาจสตรี
ระบบคุณธรรมกับการบริหารจัดการของภาครัฐและเอกชน หลังการเลือกตั้ง 2554 article
สรุปข่าวรอบด้านเศรษฐกิจปี2553 และคาดการณ์ปี2554 article
สรุปข่าวเด่นการเมืองไทยปี2553 article
สรุปข่าวรอบด้านสังคมปี2553 และคาดการณ์2554 article
ตามรอยถนนสายราชการ article
ข้อแนะนำของกรมส่งเสริมสหกรณ์ปัญหาร้องเรียนบุคลากรทุจริตและการป้องกัน article
E_Bookแจกฟรี ทำดีถวายพ่อ ชีวิตเพียงพอ article
รวมข้อแนะนำในยามน้ำท่วม article
ความหมายและหลักการของคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม
ข้อบังคับทางวินัยและแนวทางการลงโทษของกรมสรรพากร article
ภาษาอังกฤษที่ใช้ในงานพิทักษ์ระบบคุณธรรมของก.พ.ค. article
ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฏหมาย article
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท. ) article
ประเด็นข้อเสนอแนะในการปฏิรูปการศึกษาของนักศึกษา วปอ. 2552 (5 ม.ค. 2553) article
มารู้จักผู้ตรวจการแผ่นดิน article
โครงสร้างและบทบาทของกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมสหรัฐอเมริกา article
สูตรเรียนลัด เป็นใหญ่ ดรจรวยพร ธรณินทร์ ต้องรู้หน้าที่และเล่นให้เป็น article
อดีตปลัดจรวยพร ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง article
ข้อเสนอวิสัยทัศน์ในฐานะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
เมื่อผู้หญิงอยากเป็นใหญ่ ดร.จรวยพร ธรณินทร์
ถอดรหัส”12ไม้เด็ด สูตรสำเร็จข้าราชการ” article
อดีตปลัดศธ.ชี้ปฎิรูปการศึกษารอบใหม่ ให้5องค์กรหลักร่วมแก้ตรงจุด article
10 อาการที่ทำให้ต้องผ่าตัดใหญ่การศึกษาไทย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.